เนินช้างศึก

Rating: 3.8/5 (6 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรี
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน (การเข้าพื้นที่อาจขึ้นกับการดูแลของหน่วยงานในพื้นที่)
เวลาเปิดทำการ: แนะนำช่วงชมวิว 05.00 – 08.00 น. และ 16.30 – 18.30 น. (เหมาะกับแสงเช้า/เย็น)
เนินช้างศึก คือหนึ่งในจุดชมวิวที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของฝั่งทองผาภูมิในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพราะเป็นจุดที่ให้ “ภาพรวมของภูเขาชายแดน” ได้แบบเต็มสายตา และในหลายวันยังมีทะเลหมอกให้เห็นตั้งแต่เช้ามืดจนแสงเช้าเริ่มเปิด เนินช้างศึกมีเสน่ห์ที่ต่างจากจุดชมวิวทั่วไปตรงที่มันไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ถ่ายรูป แต่เป็นพื้นที่ที่ผูกอยู่กับเรื่องเล่าของชายแดน ความทรงจำของยุคเหมือง และบทบาทด้านความมั่นคงของรัฐไทยอย่างชัดเจน จึงทำให้การขึ้นไปยืนมองวิวบนยอดเนินแห่งนี้มี “ชั้นของความหมาย” ซ้อนอยู่กับความสวยงามของภูมิประเทศเสมอ
ในเชิงภูมิทัศน์ เนินช้างศึกเป็นจุดชมวิวบนพื้นที่สูงที่สามารถมองเห็นทิวเขาได้รอบทิศทางแบบ 360 องศา ช่วงเช้าจะเด่นเรื่องหมอกและแสงนุ่มที่ทำให้แนวภูเขาดูซ้อนกันเป็นชั้น ๆ แบบมีมิติ ส่วนช่วงเย็นจะเด่นเรื่องพระอาทิตย์ตกและโทนสีที่ค่อย ๆ เปลี่ยนจากอุ่นไปเป็นเย็น โดยเฉพาะวันที่อากาศเปิด คุณจะเห็นสันเขาตระนาวศรีทอดยาวอยู่ไกลสุดสายตา ความรู้สึกของการมองวิวจากเนินช้างศึกจึงเป็นความรู้สึกที่ “กว้าง” และ “โล่ง” พร้อมกัน เหมาะทั้งคนที่อยากมาเช็กอินเร็ว ๆ และคนที่ตั้งใจมานั่งมองวิวให้นานพอจนรู้สึกว่าตัวเองช้าลงตามจังหวะของภูเขา
สิ่งที่ทำให้เนินช้างศึกถูกจัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่งของทองผาภูมิ คือการที่นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นไปกางเต็นท์และตั้งแคมป์พักแรมบนพื้นที่สูง ด้วยเหตุผลที่เรียบง่ายมากคือ “วิวดีและอากาศดี” โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่ลมเย็นและอุณหภูมิลดลงชัดเจน การได้กางเต็นท์บนยอดเนินแล้วตื่นมารอแสงเช้าเป็นประสบการณ์ที่หลายคนจดจำ จุดนี้เองทำให้เนินช้างศึกไม่ได้เป็นแค่จุดชมวิว แต่เป็น “จุดพักค้างคืนที่มีเรื่องเล่า” ซึ่งเข้ากับพฤติกรรมการท่องเที่ยวแบบสโลว์และสายแคมป์ของคนยุคนี้อย่างมาก
แต่ถ้าจะเข้าใจเนินช้างศึกให้ครบ คุณต้องรู้ว่าพื้นที่ตรงนี้มีความเป็นมาที่เข้มข้นกว่าการเป็นจุดชมวิว เนินช้างศึกเดิมเคยอยู่ในบริบทของการทำเหมืองแร่ดีบุกและวุลแฟรมของเหมืองกรมโลหะกิจ ซึ่งถือเป็นเหมืองขนาดใหญ่และมีสายแร่ที่อุดมสมบูรณ์มากแห่งหนึ่งในภูมิภาคนี้ การทำเหมืองเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2483 และดำเนินต่อเนื่องยาวนานจนถึง พ.ศ. 2528 ช่วงเวลานี้ทำให้ทองผาภูมิและพื้นที่ปิล็อกมีลักษณะเป็นเมืองชายแดนที่มีเศรษฐกิจพึ่งพาการทำเหมืองและการเคลื่อนย้ายผู้คนอย่างมาก ทั้งแรงงาน ผู้ค้า และชุมชนรอบแนวชายแดนที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นตามจังหวะเศรษฐกิจของเหมือง
เมื่อเวลาเปลี่ยนไป ชายแดนไทย–พม่าก็มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นตามบริบทความมั่นคง ในช่วงหนึ่งของประวัติศาสตร์ พื้นที่ตามแนวชายแดนมีชนกลุ่มน้อย เช่น กลุ่มชาวกะเหรี่ยงและมอญ อาศัยอยู่และยึดเป็นฐานทำมาหากินจากการเก็บค่าผ่านทางของพ่อค้าฝั่งพม่าที่ทำการค้ากับคนไทย ต่อมามีการกวาดล้างชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดนโดยฝ่ายทหารพม่า และมีการยึดพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ บริบทนี้ทำให้เกิดเหตุการณ์การปะทะและการใช้อาวุธหนักในพื้นที่ชายแดนบางช่วง จนกระทบต่อความปลอดภัยของชุมชนไทยในละแวกใกล้เคียงและเกิดความเสียหายต่อบ้านเรือนของประชาชนในเวลานั้น
หลังจากสถานการณ์คลี่คลายและมีกำลังทหารถอนกลับไป พื้นที่สำคัญบนสันเขากลายเป็นจุดที่รัฐไทยต้องให้ความสำคัญด้านความมั่นคง ตำรวจตระเวนชายแดนได้ขึ้นไปตั้งฐานปฏิบัติการ และพื้นที่ซึ่งเคยอยู่ในบริบทของ “เนินเสาธง” ในความทรงจำของเหตุการณ์ชายแดน จึงถูกเปลี่ยนบทบาทและถูกเรียกใหม่ว่า “เนินช้างศึก” ในปัจจุบัน การเปลี่ยนชื่อไม่ใช่แค่การเปลี่ยนคำเรียก แต่เป็นการเปลี่ยนความหมายของพื้นที่ให้กลายเป็นฐานที่มั่นเพื่อดูแลชายแดน และเมื่อเวลาผ่านไป จุดยุทธศาสตร์นี้ก็ค่อย ๆ ถูกเปิดรับผู้มาเยือนในฐานะจุดชมวิวที่สวยและมีเอกลักษณ์ จนกลายเป็นแลนด์มาร์กที่นักท่องเที่ยวอยากมาสัมผัสด้วยตัวเอง
ปัจจุบันเนินช้างศึกเป็นที่ตั้งของฐานตำรวจตระเวนชายแดนที่ 135 และถูกมองว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์แห่งหนึ่งของชายแดนไทย–พม่า ขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่เป็นจุดชมวิวเขาสูงที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวบ้านอีต่อง–เหมืองปิล็อก เพราะทำเลของเนินช้างศึกอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้าน และการขึ้นไปชมวิวใช้เวลาไม่นาน จึงเป็นกิจกรรมที่ “คุ้มค่า” ในทริปที่มีเวลาไม่มาก
การเดินทาง หากเริ่มจากอำเภอเมืองกาญจนบุรี เส้นทางหลักที่นิยมคือมุ่งหน้าสู่สี่แยกแก่งเสี้ยนแล้ววิ่งไปตามทางสายกาญจนบุรี–ทองผาภูมิ (ทางหลวงหมายเลข 323) ผ่านอำเภอไทรโยคไปเรื่อย ๆ จนถึงสามแยกไฟแดง จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหมายเลข 3272 (หากเลี้ยวขวาจะมุ่งหน้าไปสังขละบุรี) เมื่อถึงทองผาภูมิให้ตรงไปยังเส้นทางเขื่อนวชิราลงกรณ (เขื่อนเขาแหลม) แล้วเข้าไปทางบ้านไร่ประมาณ 30 กิโลเมตร จากบ้านไร่ไปต่ออีกประมาณ 30 กิโลเมตรในเส้นทางขึ้นเขาที่ขึ้นชื่อว่า “399 โค้ง” จนถึงบ้านอีต่อง ตำบลปิล็อก โดยทางเข้าเนินช้างศึกจะอยู่ด้านซ้ายมือก่อนเข้าหมู่บ้านอีต่องราว 900 เมตร และทางขึ้นสู่จุดชมวิวมีระยะทางประมาณ 1.8 กิโลเมตร ลักษณะเป็นทางลูกรังสลับถนนปูนและมีความชัน ควรขับด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงที่หมอกลงจัดหรือถนนลื่น
ถ้าคุณเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทาง จากสถานีขนส่งเมืองกาญจนบุรีจะมีรถสายทองผาภูมิ–สังขละบุรีออกเป็นรอบ ๆ ในช่วงเวลาประมาณเช้าถึงเย็น จากนั้นค่อยต่อรถในพื้นที่หรือเหมารถขึ้นไปบ้านอีต่อง ส่วนคนที่เลือกเหมารถสองแถวหรือรถกระบะพร้อมคนขับและน้ำมัน มักเริ่มเหมาที่บริเวณสถานีขนส่งหรือจุดรวมรถ โดยมีค่าบริการรายวันตามตกลง ซึ่งเหมาะกับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวที่ต้องการความสะดวกและอยากหยุดแวะถ่ายรูปตามจุดต่าง ๆ ระหว่างทาง อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะใช้วิธีใด เส้นทางขึ้นปิล็อกเป็นเส้นทางภูเขาที่มีโค้งต่อเนื่อง ควรเผื่อเวลาและเตรียมตัวให้พร้อมทั้งคนขับและผู้โดยสาร
ช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นเนินช้างศึกมากที่สุดมักเป็นช่วงเช้ามืดถึงเช้า เพื่อไปทันหมอกและแสงแรกของวัน และช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกเพื่อดูแสงสุดท้ายไล้สันเขา หากคุณตั้งใจไปกางเต็นท์ แนะนำให้ขึ้นไปก่อนฟ้ามืดเพื่อเลือกพื้นที่กาง เตรียมอุปกรณ์ และประเมินสภาพลม เพราะพื้นที่สูงมักมีลมแรง โดยเฉพาะหน้าหนาว การเตรียมเสื้อกันลม ไฟฉาย และอุปกรณ์กันความเย็นจึงเป็นสิ่งจำเป็น นอกจากนี้การรักษาความสะอาดและการจัดการขยะเป็นเรื่องที่ต้องจริงจังมาก เพราะพื้นที่บนยอดเนินเป็นพื้นที่เปิด หากมีขยะหลุดปลิวจะกระทบทั้งธรรมชาติและภาพรวมของสถานที่ทันที
ถ้าคุณอยากจัดทริปให้ได้หลายมิติในครั้งเดียว วิธีที่นิยมคือใช้เนินช้างศึกเป็น “จุดเปิดทริป” ด้วยการขึ้นไปชมหมอกตอนเช้า จากนั้นลงมาเช็กอินบ้านอีต่อง เดินเล่นในหมู่บ้าน ชิมอาหารและกาแฟ แล้วค่อยต่อไปยังจุดอื่น ๆ เช่น น้ำตกจ๊อกกระดิ่นหรือจุดเรียนรู้เรื่องเหมืองปิล็อก ก่อนกลับขึ้นไปชมพระอาทิตย์ตกหรือกางเต็นท์บนเนินช้างศึกอีกครั้ง ทริปแบบนี้ทำให้คุณได้ทั้งวิวระดับพาโนรามาและบรรยากาศชุมชนชายแดนที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นเสน่ห์หลักของปิล็อกที่ทำให้หลายคนกลับมาอีกมากกว่าหนึ่งครั้ง
| สรุปสถานที่ | เนินช้างศึกเป็นจุดชมวิวเขาสูงในตำบลปิล็อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี มองเห็นทิวเขาได้รอบทิศทาง 360 องศา เหมาะกับการชมหมอกยามเช้าและพระอาทิตย์ตกยามเย็น รวมถึงกางเต็นท์ตั้งแคมป์ โดยพื้นที่เกี่ยวข้องกับประวัติยุคเหมืองแร่และบริบทความมั่นคงชายแดน ปัจจุบันเป็นที่ตั้งฐาน ตชด. 135 และเป็นจุดชมวิวที่ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง |
| จุดเด่นของสถานที่ | 1) จุดชมวิวภูเขาชายแดนแบบ 360 องศา 2) ชมหมอกและแสงเช้าได้สวย (หลายวันมีทะเลหมอก) 3) ชมพระอาทิตย์ตกและวิวไฟยามเย็นได้ดี 4) เป็นจุดกางเต็นท์ยอดนิยมของสายแคมป์ 5) มีเรื่องเล่าประวัติพื้นที่ยุคเหมืองและชายแดน ทำให้เที่ยวแล้ว “ได้ความหมาย” มากกว่าถ่ายรูป |
| ที่อยู่ | ตำบลปิล็อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี (ก่อนถึงหมู่บ้านอีต่อง มีทางแยกขึ้นเนินช้างศึก) |
| การเดินทาง | จากเมืองกาญจนบุรีใช้ทางหลวง 323 ไปทองผาภูมิ แล้วต่อเส้นทางบ้านไร่ – 399 โค้ง – บ้านอีต่อง ทางขึ้นเนินช้างศึกอยู่ก่อนเข้าหมู่บ้านอีต่องราว 0.9 กม. และทางขึ้นสู่จุดชมวิวประมาณ 1.8 กม. (ทางชัน ลูกรังสลับปูน ควรขับระวัง) |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน (การเข้าพื้นที่อาจขึ้นกับการดูแลของหน่วยงานในพื้นที่) |
| เวลาเปิดทำการ | แนะนำ 05.00 – 08.00 น. และ 16.30 – 18.30 น. (ช่วงชมวิวสวย) |
| ค่าบริการ | โดยทั่วไปไม่มีค่าเข้าชม (เงื่อนไขอาจเปลี่ยนตามการดูแลพื้นที่และกิจกรรมในช่วงเวลา) |
| หน่วยงาน/เบอร์ติดต่อ (กรณีต้องการสอบถามข้อมูลพื้นที่) | ฐาน ตชด. 135: 034-599118 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณตามเส้นทางจริง) | 1) หมู่บ้านอีต่อง – 1 กม. 2) จุดชมวิวเหมืองปิล็อก/จุดเรียนรู้เหมือง – 3 กม. 3) น้ำตกจ๊อกกระดิ่น – 15 กม. 4) เขื่อนวชิราลงกรณ (เขื่อนเขาแหลม) – 70 กม. 5) อำเภอทองผาภูมิ (โซนตลาด/ของกินหลัก) – 100 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) | 1) ครัวเจ๊ณี บ้านอีต่อง – 2 กม. – 089-515-3528 2) ร้านครัววิวสุดเเดน – 2 กม. – 095-606-4606 3) น้องอะตอมหมูจุ่ม บ้านอีต่อง – 2 กม. – 092-529-0870 4) ร้านชาวเหมือง เค้กปิล็อก – 3 กม. – 098-381-5999 5) โรตีบ้านฉัน ปิล็อก – 2 กม. – 087-003-3885 |
| ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) | 1) ปิล๊อกโฮมสเตย์ บ้านอีต่อง – 2 กม. – 086-798-5863 2) อีต่องโฮมสเตย์ – 2 กม. – 092-249-1915 3) Arm Homestay (บ้านอีต่อง) – 2 กม. – 086-170-3410 4) Pilok Tok Taek Homestay – 2 กม. – 080-778-8315 5) Pilok Mining Homestay – 3 กม. – 062-363-9128 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: เนินช้างศึกเหมาะไปช่วงเวลาไหนที่สุด?
ตอบ: ถ้าอยากลุ้นหมอกและแสงนุ่ม แนะนำเช้ามืดถึงเช้า ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับพระอาทิตย์ตกและวิวไฟบรรยากาศหมู่บ้าน โดยควรเช็กสภาพอากาศก่อนขึ้นทุกครั้ง
ถาม: สามารถขับรถขึ้นเนินช้างศึกได้ไหม และทางยากแค่ไหน?
ตอบ: สามารถขับขึ้นได้ แต่ทางเป็นลูกรังสลับปูนและมีความชัน ควรขับช้า ๆ ใช้เกียร์ต่ำ และเพิ่มความระวังเป็นพิเศษช่วงหมอกหนาหรือถนนลื่น
ถาม: เนินช้างศึกอยู่ไกลจากบ้านอีต่องแค่ไหน?
ตอบ: ทางเข้าอยู่ก่อนถึงหมู่บ้านอีต่องประมาณ 0.9 กิโลเมตร และจากทางแยกขึ้นไปยังจุดชมวิวราว 1.8 กิโลเมตร (โดยประมาณตามเส้นทางจริง)
ถาม: ไปกางเต็นท์ที่เนินช้างศึกต้องเตรียมอะไรเป็นพิเศษ?
ตอบ: ควรเตรียมอุปกรณ์กันลมและกันหนาว ไฟฉาย/ไฟหัว สายรัดเต็นท์ให้แน่น น้ำดื่ม และต้องเก็บขยะกลับทั้งหมด เพราะพื้นที่ลมแรงและเป็นพื้นที่เปิด
ถาม: ทำไมเนินช้างศึกถึงมีความสำคัญในเชิงประวัติและพื้นที่ชายแดน?
ตอบ: พื้นที่เกี่ยวข้องทั้งยุคเหมืองดีบุก–วุลแฟรมของกรมโลหะกิจ (พ.ศ. 2483–2528) และบริบทชายแดนที่เคยมีเหตุการณ์ความมั่นคง จึงถูกจัดวางบทบาทเป็นจุดยุทธศาสตร์และเป็นที่ตั้งฐาน ตชด. ก่อนพัฒนาให้เป็นจุดชมวิวที่นักท่องเที่ยวเข้าถึงได้ในปัจจุบัน
แสดงความเห็น
อัลบั้มรูป(15) 
| | ● ช่างภาพ: Chanwit Ohm ● ลิงค์: facebook.com/chanwit.ohm ● ที่มา: pixpros.net |
| | ● ช่างภาพ: Thanipat Peeramatukorn ● ลิงค์: facebook.com/thanipat.peeramatuko ● ที่มา: thanipat.tumblr.com |
| | ● ช่างภาพ: Lkunl ● ลิงค์: facebook.com/lkunl ● ที่มา: shutterstock.com/g/lkunl |
● ลิขสิทธิ์ภาพเป็นของช่างภาพ (800*500)
● ดูภาพขนาดเต็มได้จากแฟนเพจของช่างภาพ
● ดูภาพขนาดเต็มได้จากแฟนเพจของช่างภาพ
| คำค้น (ขั้นสูง) |
ภูมิภาค
|






หมวดหมู่:
กลุ่ม: 













