ถ้ำดาวดึงส์

ถ้ำดาวดึงส์

ถ้ำดาวดึงส์
Rating: 3.6/5 (5 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรี

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 16.00 น.
 
ถ้ำดาวดึงส์ อยู่ในเขตอำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เป็นถ้ำหินปูนที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในถ้ำที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ทั้งจากความขาวนวลของหินงอกหินย้อย ความโปร่งของโพรงถ้ำ และการแบ่งพื้นที่ภายในออกเป็นห้อง ๆ ที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน จุดเด่นสำคัญคือถ้ำถูกจัดให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่ “ต้องตั้งใจมา” เพราะแม้จะอยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยวของไทรโยค แต่ยังต้องเดินเท้าจากจุดจอด/จุดเริ่มต้นขึ้นไปบนเขาอีกราว 1 กิโลเมตร จึงเหมาะกับนักเดินทางที่อยากได้ประสบการณ์แบบเดินสำรวจจริง ไม่ใช่แค่แวะลงจากรถแล้วเข้าชมทันที
 
เสน่ห์ของถ้ำดาวดึงส์ไม่ได้อยู่ที่ความอลังการแบบ “โอ่อ่า” อย่างเดียว แต่อยู่ที่การค่อย ๆ เปลี่ยนความรู้สึกของคนที่เดินเข้าไป จากความสว่างและเสียงลมภายนอก ไปสู่ความมืดสนิทที่ทำให้เราต้องใช้ไฟฉายและใช้สติให้มากขึ้น ทุกก้าวที่เดินจะเริ่มพาเราเข้าใจว่าความงามของถ้ำคือความงามที่เกิดจาก “เวลา” น้ำฝนที่ซึมผ่านหินปูนค่อย ๆ ละลายแคลเซียมคาร์บอเนต แล้วหยดลงมาเป็นสารละลาย เมื่อคาร์บอนไดออกไซด์ค่อย ๆ ระเหยออกไป แคลไซต์จึงตกผลึกสะสมทีละน้อย เกิดเป็นหินย้อยจากเพดานและหินงอกจากพื้น กระบวนการนี้ช้ามากจนแทบวัดไม่ได้ในช่วงชีวิตคนคนหนึ่ง จึงทำให้หินงอกหินย้อยในถ้ำเป็นเสมือนงานศิลป์ธรรมชาติที่มีความเปราะบางสูง และควรถูกมองด้วยความเคารพมากกว่าความอยากจับต้อง
 
ในเชิงประวัติ ถ้ำดาวดึงส์ถูกระบุว่าค้นพบในปี 2515 โดยนายสำลี คูหาง (มีแหล่งข้อมูลบางแห่งเขียนชื่อย่อว่า “นายสำลี คูหา”) จากเรื่องเล่าว่าเป็นการตามรอยสัตว์เข้าไปในถ้ำก่อนจะพบความงามภายในและกลายเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญของพื้นที่ในเวลาต่อมา การมีชื่อผู้ค้นพบและปีที่ค้นพบที่ชัดเจนช่วยให้ถ้ำดาวดึงส์มี “จุดยึดทางเวลา” ที่ต่างจากถ้ำหลายแห่งที่มักเล่ากันเป็นตำนานกว้าง ๆ โดยไม่มีปีอ้างอิง เมื่อเรารู้ว่าถ้ำถูกค้นพบ (ในฐานะถ้ำท่องเที่ยวที่คนภายนอกรับรู้) เมื่อไม่นานนักในประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของไทย เราจะยิ่งเห็นความสำคัญของการจัดการการท่องเที่ยวแบบระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ความนิยมทำลายคุณค่าธรรมชาติที่ต้องใช้เวลายาวนานมหาศาลในการสร้างขึ้นมา
 
อีกหนึ่งข้อมูลสำคัญที่ทำให้ถ้ำดาวดึงส์ “ไม่เหมือนถ้ำทั่วไป” คือขนาดและโครงสร้างของถ้ำ โดยมีการระบุว่าถ้ำลึกประมาณ 80–100 เมตร และแบ่งเป็น 8 ห้อง ซึ่งแต่ละห้องตั้งชื่อตามรูปทรง/ความรู้สึกที่หินงอกหินย้อยสร้างขึ้นกับผู้ชม เช่น ห้องโคมระย้า ห้องเจดีย์ ห้องฉัตรแก้ว และห้องม่านฟ้า เป็นต้น จุดนี้เองที่หลายบทความใน Top 1–10 มักพูดรวม ๆ ว่า “มี 8 ห้อง” แล้วจบ ทำให้คนอ่านยังจินตนาการไม่ออกว่าแต่ละห้องให้อารมณ์อย่างไร และควรเดินชมแบบไหนให้คุ้ม ในเวอร์ชันยาวนี้จึงเล่า “8 ห้อง” แบบเป็นประสบการณ์ทีละช่วง เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพจริงก่อนเดินทาง และช่วยวางจังหวะการเดินถ้ำให้ปลอดภัยและน่าจดจำมากขึ้น
 
เริ่มจากห้องแรกที่หลายคนมักเรียกกันว่า “ห้องโคมระย้า” ความรู้สึกแรกของห้องนี้คือเพดานที่ดูมีมิติจากหินย้อยจำนวนมาก บางส่วนเรียวยาว บางส่วนเหมือนหยดน้ำแข็งแขวนอยู่กลางอากาศ หากเราใช้ไฟฉายส่องแบบไม่จ่อใกล้เกินไป จะเห็นเงาที่ทับซ้อนกันเหมือนโคมไฟหลายชั้น ความสวยของห้องนี้ไม่ได้อยู่ที่การยืนถ่ายรูปอย่างเดียว แต่อยู่ที่การค่อย ๆ ปรับสายตาให้คุ้นกับความมืด แล้วใช้แสงน้อย ๆ ไล่ดูพื้นผิวหิน เพราะจะเห็นความต่างของสีในชั้นแคลไซต์ที่สะสมมาไม่พร้อมกัน และบางมุมอาจมีประกายเงาเล็ก ๆ จากผลึกที่สะท้อนแสง
 
ถัดมาเมื่อเดินลึกเข้าไป เราจะเริ่มเจอหินงอกที่มีทรง “ตั้ง” ชัดเจนขึ้น ห้องที่มักถูกเรียกถึงบ่อยคือ “ห้องเจดีย์” จุดเด่นคือหินงอกบางก้อนมีรูปทรงคล้ายฐานและยอด ทำให้คนตั้งชื่อเปรียบกับเจดีย์ตามสัญชาตญาณ การยืนดูหินงอกในห้องนี้ทำให้เราเห็นความต่างของความหนาแน่นของแคลไซต์ในแต่ละส่วน บางช่วงแน่นเรียบ บางช่วงเป็นลอนเหมือนคลื่นเล็ก ๆ หากเดินช้า ๆ และยืนให้แสงส่องเฉียง จะเห็นลายของการไหลของน้ำในอดีตที่ค่อย ๆ ปั้นรูปทรงหินขึ้นมา
 
ห้องต่อไปที่มักทำให้หลายคนหยุดนานคือ “ห้องฉัตรแก้ว” ซึ่งชื่อสะท้อนภาพของหินย้อย/หินงอกที่แผ่เป็นชั้น ๆ คล้ายฉัตรหรือร่มซ้อนชั้น ความสวยของห้องนี้คือ “ความละเอียด” เพราะแคลไซต์บางส่วนอาจจับตัวเป็นแผ่นบางคล้ายม่านหรือริ้วผ้า เมื่อไฟฉายส่องผ่านจะเห็นความโปร่งและความวาวในบางมุม จุดที่ควรระวังคือหลายคนเผลอเอื้อมมือไปแตะเพราะดูเหมือนใกล้มาก แต่จริง ๆ แล้วการแตะหินงอกหินย้อยแม้เพียงครั้งเดียวสามารถทิ้งคราบไขมันและรบกวนการตกผลึก ทำให้หินหยุดเติบโตหรือเปลี่ยนสีได้ในระยะยาว ห้องนี้จึงเหมาะกับการ “ดูให้เป็น” มากกว่าการ “จับให้รู้สึก”
 
เมื่อเดินต่อไปในความมืดสนิท ห้องที่หลายคนพูดถึงด้วยอารมณ์เหมือนเดินเข้าไปในงานศิลป์คือ “ห้องม่านฟ้า” จุดเด่นคือหินย้อยบางส่วนจับตัวเป็นแผ่นยาวเหมือนม่านที่ไหลลงมาจากเพดาน หากเราใช้ไฟฉายส่องแบบกว้าง จะเห็นลายเส้นเหมือนผ้าพับเป็นจีบ ความงามของห้องนี้อยู่ที่ “แสง” หากส่องแรงเกินไปจะเห็นแค่ความขาว แต่ถ้าส่องแบบนุ่มและค่อย ๆ เปลี่ยนมุม เราจะเห็นเงาอ่อน ๆ ที่ทำให้ม่านหินดูมีมิติและดูเหมือนเคลื่อนไหว ทั้งที่จริงแล้วมันนิ่งอยู่ตรงนั้นมานานมาก
 
อีกห้องที่ถ้าเจอแล้วมักถูกจำได้คือห้องที่หลายแหล่งเรียกชื่อคล้าย “ห้องพระปรางค์” หรือห้องที่มีหินงอกทรงสูงเพรียวคล้ายสถาปัตยกรรมยอดปรางค์ ความรู้สึกของห้องนี้คือความ “สูง” และความ “ตั้งตรง” ทำให้เราเผลอมองขึ้นไปด้านบนโดยอัตโนมัติ หากใครชอบถ่ายภาพ แนะนำให้ถ่ายแบบเผื่อระยะและใช้มุมต่ำเล็กน้อย เพื่อให้เห็นความสูงของรูปทรงหินโดยไม่ต้องเข้าไปใกล้จนเสี่ยงชน
 
จากนั้นจะมีห้องที่บางแหล่งข้อมูลและการเล่าของนักท่องเที่ยวเรียกต่างกันไป เช่น ห้องที่เปรียบกับสัตว์หรือรูปทรงเฉพาะ (บางแหล่งกล่าวถึง “สิงโต”, “ช้างเผือก” ในรายชื่อห้อง) ประเด็นสำคัญคือชื่อห้องในถ้ำจริงอาจอิงป้ายภายในพื้นที่และการเรียกของเจ้าหน้าที่นำทางเป็นหลัก ดังนั้นเมื่อไปถึงหน้างาน การเดินถ้ำให้คุ้มคือ “ฟังคนพาเล่า” แล้วจินตนาการตามรูปทรงหิน เพราะถ้ำประเภทนี้มีความสนุกจากการมองรูปทรงธรรมชาติแล้วตีความเป็นภาพต่าง ๆ คล้ายการดูเมฆ แต่เป็นเมฆที่ถูกหยดน้ำปั้นไว้ให้เราอ่านความหมาย
 
อีกช่วงหนึ่งของถ้ำที่มักทำให้คนเดินช้าลงคือโซนที่พื้นถ้ำเริ่มไม่เรียบและอาจชื้นมากขึ้น ทำให้การวางเท้าต้องระวังเป็นพิเศษ จุดนี้เองที่คำแนะนำ “ควรมีคนนำทาง” มีความหมายจริง เพราะคนที่คุ้นเส้นทางจะรู้ว่าตรงไหนลื่น ตรงไหนควรจับราว ตรงไหนควรหลบเพดานต่ำ และควรหยุดดูมุมไหนให้ปลอดภัยที่สุด ถ้ำดาวดึงส์แม้จะขึ้นชื่อว่าโปร่ง แต่ในบางช่วงอาจมีเพดานต่ำหรือหินงอกยื่นออกมา การก้ม เงย และการคุมไฟฉายให้ส่องพื้นก่อนก้าวจึงเป็นทักษะสำคัญของการเดินถ้ำ
 
ห้องสุดท้ายในความรู้สึกของหลายคนคือห้องที่ทำให้ “อยากย้อนกลับมอง” เพราะเป็นจุดที่เราเริ่มเข้าใจจังหวะของถ้ำแล้ว จากตอนแรกที่ตื่นเต้นกับความมืดและความลื่น พอเดินไปสักพักเราจะเริ่มเห็นว่าในความมืดมีรายละเอียดซ่อนอยู่มาก และยิ่งเราใจเย็นเท่าไร เราจะยิ่งเห็นความงามมากขึ้น ห้องท้าย ๆ จึงมักให้ความรู้สึกสงบ ไม่เร่ง ไม่ตื่นเต้นแบบห้องแรก แต่เป็นความนิ่งที่ทำให้เราอยากหยุดฟังเสียงหยดน้ำ หายใจช้า ๆ และดูว่าธรรมชาติสร้างรูปทรงที่ไม่ซ้ำกันได้อย่างไรในพื้นที่จำกัดเพียงถ้ำเดียว
 
ในด้านทำเล ถ้ำดาวดึงส์อยู่ทางตอนเหนือของพื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค และถูกกล่าวถึงว่าอยู่บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ทย.2 (ถ้ำดาวดึงส์) การเดินทางโดยรวมจะใช้ทางหลวงหมายเลข 323 เป็นเส้นหลัก จากนั้นแยกเข้าเส้นทางย่อยไปทางวัดถ้ำดาวดึงส์สุขาราม (มีแหล่งข้อมูลระบุระยะทางแยกเข้าใกล้เคียง 2–2.5 กิโลเมตร) แล้วต้องเดินเท้าต่อขึ้นเขาประมาณ 1 กิโลเมตร จุดนี้ทำให้ถ้ำดาวดึงส์ต่างจากถ้ำที่เข้าถึงง่าย เพราะการเดินเท้าจะเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ และทำให้เรารู้สึกว่า “ได้มา” มากขึ้นเมื่อถึงปากถ้ำ
 
การเดินทาง หากเริ่มจากตัวเมืองกาญจนบุรี ระยะทางถึงโซนไทรโยคโดยรวมประมาณ 110 กิโลเมตร จากนั้นให้ใช้ทางหลวง 323 มุ่งหน้าไปทางไทรโยค เมื่อถึงบริเวณทางเข้า/โซนอุทยานแห่งชาติไทรโยค ให้สังเกตป้ายแยกไปทางวัดถ้ำดาวดึงส์สุขาราม แล้วขับเข้าไปตามเส้นทางย่อยประมาณ 2–2.5 กิโลเมตร จากนั้นจอดรถตามจุดที่เหมาะสมและเดินเท้าต่อขึ้นเขาประมาณ 1 กิโลเมตร ควรเผื่อเวลาเดินขึ้น–ลง และไม่ควรเริ่มเดินเข้าถ้ำช่วงบ่ายแก่ เพราะภายในถ้ำมืดสนิทต้องใช้ไฟฉายตลอด และการเดินกลับช่วงแสงน้อยจะเพิ่มความเสี่ยงเรื่องลื่นหรือพลาดก้าว
 
อุปกรณ์ที่ควรถือเป็น “มาตรฐาน” สำหรับถ้ำดาวดึงส์คือไฟฉายคาดหัว (ช่วยให้มือว่างสำหรับการทรงตัว), รองเท้าดอกยางเกาะพื้นดี, น้ำดื่มพอเหมาะ, ผ้าเช็ดเหงื่อ และเสื้อผ้าที่เคลื่อนไหวสะดวก ถ้าไปช่วงหน้าฝนควรเพิ่มเสื้อกันฝนแบบบางและเตรียมใจว่าเส้นทางเดินอาจชื้นและลื่นกว่าปกติ สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือการพกของเกะกะ เช่น ร่มขนาดใหญ่ หรือกระเป๋าที่ห้อยยาว เพราะอาจไปชนผนังหรือหินย้อยโดยไม่ตั้งใจ การเที่ยวถ้ำที่ดีควร “เบาตัว” เพื่อให้เดินมั่นคงและปลอดภัย
 
สำหรับครอบครัวที่มีเด็กหรือผู้สูงอายุ การประเมินกำลังก่อนเดินขึ้นเขาเป็นเรื่องจำเป็น เพราะระยะทาง 1 กิโลเมตรในทางราบอาจไม่ยาก แต่ถ้าเป็นทางขึ้นเขาและมีช่วงชื้นลื่นจะใช้แรงมากขึ้น ทางออกที่เหมาะคือแบ่งจังหวะเดิน พักเป็นช่วง ๆ และไม่จำเป็นต้องเร่งให้เข้าถึงถ้ำเร็วที่สุด การเผื่อเวลาและเดินช้า ๆ จะทำให้การเที่ยวถ้ำปลอดภัยและสนุกกว่า โดยเฉพาะเมื่อเข้าไปในถ้ำแล้วต้องใช้สมาธิกับพื้นและความมืดอีกระดับหนึ่ง
 
อีกประเด็นที่ควรพูดให้ชัดคือมารยาทและการอนุรักษ์ในถ้ำ ถ้ำดาวดึงส์มีความงามจากหินงอกหินย้อยสีขาวที่ละเอียดมาก หากมีการจับหรือขูดจะเกิดรอยง่าย และคราบจากมือสามารถทำให้พื้นผิวเปลี่ยนสีได้ สิ่งที่ควรทำคือ “ดูด้วยตา” และถ่ายภาพแบบเผื่อระยะ หลีกเลี่ยงการใช้แฟลชถี่ ๆ และหลีกเลี่ยงการแตะต้องหินงอกหินย้อยทุกกรณี หากพบว่าบางจุดมีป้ายหรือเชือกกั้น ควรเคารพแนวจำกัดนั้นอย่างเคร่งครัด เพราะพื้นที่ถ้ำบางส่วนอาจเปราะบางเป็นพิเศษหรืออยู่ระหว่างการฟื้นตัว
 
ในมุมของคนที่อยากจัดทริปให้คุ้ม ถ้ำดาวดึงส์สามารถอยู่ในทริป “ไทรโยค 1 วัน” ได้แบบลงตัว โดยจับคู่กับน้ำตกไทรโยคน้อย/ไทรโยคใหญ่ บ่อน้ำพุร้อนหินดาด หรือจุดชมวิวริมแม่น้ำแควน้อยตามรีสอร์ตและคาเฟ่ในเส้น 323 แต่หัวใจคือควรแบ่งเวลาให้ถ้ำเป็นกิจกรรมหลัก ไม่ใช่แค่แวะผ่าน เพราะความงามของถ้ำแบบ 8 ห้องจะสนุกจริงเมื่อเราค่อย ๆ เดิน ค่อย ๆ ส่องไฟ และค่อย ๆ ฟังคนพาเล่าว่าหินก้อนนี้เหมือนอะไร ห้องนั้นชื่ออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร
 
สุดท้าย ถ้ำดาวดึงส์เป็นสถานที่ที่ให้ทั้งความตื่นตาและความถ่อมตัวในเวลาเดียวกัน เราตื่นตากับรูปทรงหินที่ดูเหมือนสถาปัตยกรรม และถ่อมตัวเมื่อรู้ว่ามันเกิดจากหยดน้ำเล็ก ๆ ที่ทำงานยาวนานเกินกว่าที่มนุษย์จะนับได้ การมาเยือนถ้ำจึงไม่ใช่แค่การไป “เห็นของสวย” แต่เป็นการไปเรียนรู้เรื่องเวลา ความอดทนของธรรมชาติ และบทบาทของนักท่องเที่ยวที่ต้องช่วยกันรักษาให้ถ้ำยังสวยเหมือนเดิมสำหรับคนรุ่นถัดไป
 
ชื่อสถานที่ ถ้ำดาวดึงส์
ที่อยู่/พิกัดพื้นที่ พื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี
พิกัด (ประมาณ): N 14.47207, E 98.83458
สรุปสถานที่ ถ้ำหินปูนชื่อดังของไทรโยค แบ่งเป็น 8 ห้อง เด่นเรื่องหินงอกหินย้อยสีขาวหลากรูปทรง ต้องเดินเท้าขึ้นเขาประมาณ 1 กม. เหมาะกับสายธรรมชาติ/สำรวจแบบจริงจัง
จุดเด่นของสถานที่ หินงอกหินย้อยงดงามรูปต่าง ๆ, โพรงถ้ำโปร่งแต่ภายในมืดสนิท, โครงสร้าง 8 ห้อง (เช่น โคมระย้า/เจดีย์/ฉัตรแก้ว/ม่านฟ้า), มีเรื่องราวการค้นพบปี 2515
วันเปิดทำการ ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ 08.00 – 16.00 น.
ค่าธรรมเนียม ค่าเข้าพื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค: คนไทย ผู้ใหญ่ 60 บาท/เด็ก 30 บาท, ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 300 บาท/เด็ก 150 บาท
สิ่งอำนวยความสะดวก ควรเตรียมไฟฉาย/ไฟฉายคาดหัวและรองเท้าดอกยางดี (ภายในถ้ำมืดสนิท), เส้นทางมีช่วงเดินเท้าขึ้นเขา
การเดินทาง (สรุป) ใช้ทางหลวง 323 (โซนไทรโยค) แยกเข้าเส้นทางไปวัดถ้ำดาวดึงส์สุขารามราว 2–2.5 กม. แล้วเดินเท้าขึ้นเขาต่อประมาณ 1 กม. ควรมีไฟฉายและคนนำทาง
สภาพปัจจุบัน เป็นแหล่งท่องเที่ยวถ้ำในเขตไทรโยคที่เปิดให้เข้าชมตามช่วงเวลา แนะนำวางแผนเข้าชมช่วงเช้า–บ่ายต้นเพื่อความปลอดภัย
เบอร์ติดต่อ (ยืนยันได้) อุทยานแห่งชาติไทรโยค: 0-3468-6024, 034-516-163
ติดต่อข้อมูลถ้ำดาวดึงส์ (แหล่งข้อมูลท่องเที่ยวพื้นที่): 090-404-4811
ททท.สำนักงานกาญจนบุรี: 0-3451-1200, 0-3451-2800
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ) 1) น้ำตกไทรโยคน้อย – 15 กม.
2) น้ำตกไทรโยคใหญ่ (โซนอุทยานฯ) – 25 กม.
3) ถ้ำละว้า – 20 กม.
4) บ่อน้ำพุร้อนหินดาด – 35 กม.
5) สถานีน้ำตก (ปลายทางรถไฟสายกาญจนบุรี–น้ำตก) – 30 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) 1) บ้านตั้งริมแคว (ไทรโยค) – 25 กม. – 081-839-3689
2) ครัวผักหวานบ้านไร่ (ลุ่มสุ่ม) – 20 กม. – 083-241-6561
3) ร้านเนืองวังโพ – 12 กม. – 081-007-1449
4) เจ๊แต้ว ไอดินกลิ่นญ่า – 28 กม. – 063-786-8502
5) เดอะ โฟลทเฮ้าส์ ริเวอร์แคว (ห้องอาหาร/คาเฟ่ในรีสอร์ท) – 35 กม. – 084-725-8686
ที่พักใกล้เคียง (ระยะทางโดยประมาณ + เบอร์โทร) 1) River Kwai Resotel – 30 กม. – 02-642-5497, 081-734-5238
2) The FloatHouse River Kwai – 35 กม. – 02-642-5497, 084-725-8686
3) Home Phutoey River Kwai – 28 กม. – 02-642-5497
4) Saiyok River House – 25 กม. – 034-696-999 (หมายเลขกลางกลุ่มที่เผยแพร่ทั่วไป)
5) NexStation Kanchanaburi – 100 กม. – 092-268-1899
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ถ้ำดาวดึงส์อยู่ที่ไหน?
ตอบ: อยู่ในเขตอำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ในบริเวณพื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค โดยต้องแยกจากทางหลวง 323 เข้าไปทางวัดถ้ำดาวดึงส์สุขาราม แล้วเดินเท้าขึ้นเขาต่อประมาณ 1 กิโลเมตร
 
ถาม: ถ้ำดาวดึงส์เปิดกี่โมง และเปิดทุกวันไหม?
ตอบ: โดยข้อมูลที่เผยแพร่ของหน่วยงานในพื้นที่ระบุว่าเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 16.00 น. แนะนำไปช่วงเช้าหรือบ่ายต้นเพื่อให้มีเวลาเดินขึ้น–ลงและเข้าถ้ำแบบไม่เร่งรีบ
 
ถาม: ทำไมต้องมีไฟฉาย และทำไมแนะนำให้มีคนนำทาง?
ตอบ: ภายในถ้ำโปร่งแต่ “มืดสนิท” ต้องใช้ไฟฉายหรือไฟฉายคาดหัวตลอดเส้นทาง และบางช่วงพื้นถ้ำอาจชื้นลื่นหรือเพดานต่ำ การมีคนนำทางช่วยลดความเสี่ยงและช่วยชี้จุดเด่นของแต่ละห้องให้ชมได้ครบกว่า
 
ถาม: ถ้ำดาวดึงส์มี 8 ห้องจริงไหม และห้องเด่น ๆ มีอะไรบ้าง?
ตอบ: มีการระบุว่าแบ่งเป็น 8 ห้อง โดยตั้งชื่อตามลักษณะของหินงอกหินย้อย เช่น ห้องโคมระย้า ห้องเจดีย์ ห้องฉัตรแก้ว และห้องม่านฟ้า เป็นต้น รายชื่อห้องบางส่วนอาจยึดตามป้ายและการบรรยายของเจ้าหน้าที่/ผู้นำทางในพื้นที่เป็นหลัก
 
ถาม: ควรแต่งตัวยังไงไปถ้ำดาวดึงส์?
ตอบ: แนะนำรองเท้าดอกยางเกาะพื้นดี เสื้อผ้าคล่องตัว ไฟฉายคาดหัว น้ำดื่มพอเหมาะ และหลีกเลี่ยงการพกของเกะกะ เพราะต้องเดินขึ้นเขาประมาณ 1 กม. และภายในถ้ำต้องระวังพื้นต่างระดับ
 
ถาม: ข้อควรระวังสำคัญที่สุดในการเข้าชมถ้ำคืออะไร?
ตอบ: ระวังความลื่นและความมืดเป็นอันดับแรก เดินช้า ๆ ส่องไฟที่พื้นก่อนก้าว และไม่แตะต้องหินงอกหินย้อยทุกกรณี เพราะเปราะบางและเสียหายง่าย รวมถึงเคารพแนวกั้น/ป้ายเตือนในพื้นที่
แผนที่ ถ้ำดาวดึงส์ แผนที่ถ้ำดาวดึงส์
ถ้ำ กลุ่ม: ถ้ำ
คำค้นคำค้น: ถ้ำดาวดึงส์ถ้ำดาวดึงส์ ถ้ำไทรโยค ถ้ำกาญจนบุรี ถ้ำหินปูนไทรโยค ที่เที่ยวไทรโยค ที่เที่ยวกาญจนบุรีธรรมชาติ ถ้ำสวยในไทย อุทยานแห่งชาติไทรโยค เดินถ้ำกาญจนบุรี แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติไทรโยค
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 1 เดือนที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

Facebook Fanpage Facebook Fanpage

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(13)

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(5)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(7)

พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(7)

อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(1)

มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด วัด(37/539)

โบสถ์ โบสถ์(2)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(6)

โครงการในพระราชดำริ โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง โครงการหลวง(1)

วิถีชีวิต วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)

ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(11)

ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(6)

เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(9)

น้ำตก น้ำตก(19)

น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(3)

ถ้ำ ถ้ำ(20)

แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(4)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(2)

แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(4)

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(11)

โรงภาพยนตร์ โรงภาพยนตร์(1)

กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(2)

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)