หมู่บ้านกะเหรี่ยง

หมู่บ้านกะเหรี่ยง

หมู่บ้านกะเหรี่ยง
Rating: 3.9/5 (7 votes)
แผนที่ แผนที่ แผนที่ มีแผนที่ มีแผนที่ ไม่มีแผนที่ ไม่มีแผนที่

สถานที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรี

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน (แนะนำติดต่อ/ประสานงานก่อนเข้าพื้นที่ โดยเฉพาะหากต้องการกิจกรรมชุมชน)
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น. (โดยประมาณ ขึ้นอยู่กับพื้นที่และกิจกรรมของชุมชน)
 
หมู่บ้านกะเหรี่ยง จังหวัดกาญจนบุรี เป็นหนึ่งในคำค้นที่สะท้อนความสนใจของนักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรมที่อยากออกจากเส้นทางท่องเที่ยวแบบเดิม ๆ แล้วไปสัมผัสชีวิตจริงของชุมชนชาติพันธุ์ในพื้นที่ภูเขาและป่าอุดมสมบูรณ์ของภาคตะวันตก กาญจนบุรีมีภูมิประเทศที่ซับซ้อน ทั้งแนวเขา ป่าไม้ และลุ่มน้ำสำคัญ จึงเป็นพื้นที่ที่ชุมชนกะเหรี่ยงตั้งถิ่นฐานมาอย่างยาวนาน พร้อมรักษาภาษา ขนบธรรมเนียม และวิธีคิดที่ผูกพันกับธรรมชาติไว้ได้อย่างเด่นชัด การมาเยือนหมู่บ้านกะเหรี่ยงในกาญจนบุรีจึงไม่ได้เป็นเพียงการ “ไปเที่ยว” แต่เป็นการไปเรียนรู้ความหมายของวิถีชีวิตที่เคารพทรัพยากร ใช้อย่างพอดี และอยู่ร่วมกันแบบเครือญาติ
 
หากมองภาพรวมในเชิงวัฒนธรรม “กะเหรี่ยง” เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีเอกลักษณ์ทั้งเรื่องภาษา การแต่งกาย อาหาร และจารีตที่สัมพันธ์กับฤดูกาลและการทำกิน ความรู้จำนวนมากถูกถ่ายทอดผ่านการลงมือทำและการอยู่ร่วมกันในชุมชนมากกว่าการบันทึกเป็นตำรา จึงทำให้ผู้มาเยือนมักสัมผัสได้ถึงรายละเอียดเล็ก ๆ ที่สะท้อนความเป็นชุมชน เช่น วิธีจัดบ้าน การแบ่งปันอาหาร การเรียกขานกันด้วยคำพื้นถิ่น หรือแม้แต่จังหวะชีวิตที่เดินช้าลงตามแสงแดดและเสียงป่า สิ่งเหล่านี้คือเสน่ห์ที่ทำให้ “หมู่บ้านกะเหรี่ยง กาญจนบุรี” กลายเป็นจุดหมายของคนที่อยากเห็นประเทศไทยในอีกมุมที่ไม่เร่งรีบและไม่ปรุงแต่งเกินจริง
 
ในบริบทของกาญจนบุรี ชุมชนกะเหรี่ยงกระจายตัวอยู่ในหลายอำเภอ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ติดแนวภูเขาและเขตป่าอนุรักษ์อย่างโซนสังขละบุรี ทองผาภูมิ ไทรโยค และศรีสวัสดิ์ พื้นที่เหล่านี้มีทั้งลุ่มน้ำสำคัญและเส้นทางภูเขาที่ทำให้การเข้าถึงไม่ได้ง่ายเหมือนเมืองใหญ่ ความยากง่ายของภูมิประเทศกลับกลายเป็น “เกราะธรรมชาติ” ที่ช่วยให้ชุมชนจำนวนหนึ่งยังคงรักษาอัตลักษณ์ไว้ได้ดี โดยเฉพาะภาษาและประเพณีที่ยังถูกใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ได้ถูกลดทอนเหลือเพียงการแสดงเพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น
 
สิ่งที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากสนใจเมื่อพูดถึงหมู่บ้านกะเหรี่ยงในกาญจนบุรีคือ “วัฒนธรรมที่น่าศึกษา” ซึ่งมักมีองค์ประกอบร่วมกันหลายอย่าง ได้แก่ ภาษาพูดที่ยังใช้จริงในครัวเรือน การละเล่นพื้นบ้านหรือดนตรีที่ปรากฏในงานบุญและกิจกรรมรวมกลุ่ม งานหัตถกรรมและผ้าทอที่สะท้อนความอดทนและความประณีต รวมถึงระบบความเชื่อที่ผูกโยงกับธรรมชาติและบรรพบุรุษ ชุมชนจำนวนไม่น้อยยังมีการย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติ การใช้สมุนไพรพื้นบ้าน และการทำกินตามฤดูกาล เช่น การหาของป่า การปลูกพืชหมุนเวียน หรือการทำไร่ที่คำนึงถึงการฟื้นตัวของดิน สิ่งเหล่านี้ทำให้การเรียนรู้ในหมู่บ้านกะเหรี่ยงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ “การดู” แต่เป็นการทำความเข้าใจว่าเหตุใดชุมชนจึงเลือกใช้วิธีเหล่านั้นมาจนถึงปัจจุบัน
 
ในแง่ของภาษา หมู่บ้านกะเหรี่ยงจำนวนมากยังใช้ภาษากะเหรี่ยงเป็นภาษาหลักในบ้าน ขณะที่ภาษาไทยทำหน้าที่เป็นภาษากลางเมื่อมีคนนอกเข้ามา ผู้มาเยือนอาจได้ยินคำทักทายหรือคำเรียกขานที่ไม่คุ้นหู ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสนทนาและสร้างความไว้วางใจ เพราะสำหรับชุมชนชาติพันธุ์ ภาษาไม่ใช่แค่เครื่องมือสื่อสาร แต่เป็น “พื้นที่ของความทรงจำ” ที่เชื่อมคนกับบรรพบุรุษและเรื่องเล่าของถิ่นฐาน ยิ่งคุณแสดงความตั้งใจฟังอย่างสุภาพ ชุมชนมักยิ่งเปิดพื้นที่ให้เรียนรู้มากขึ้น ทั้งการอธิบายความหมายของคำ การเล่าเรื่องวิถีทำกิน หรือการเล่าที่มาของพิธีกรรมต่าง ๆ ที่คนเมืองอาจไม่เคยเห็นมาก่อน
 
ส่วน “การละเล่นพื้นบ้าน” และการขับร้องของชุมชนกะเหรี่ยงมักเชื่อมกับงานบุญ งานฉลอง หรือการรวมตัวตามฤดูกาล บางพื้นที่มีเพลงพื้นถิ่นที่ร้องสลับตอบโต้ มีจังหวะกลองหรือเครื่องดนตรีง่าย ๆ ที่ทำจากวัสดุในท้องถิ่น การละเล่นเหล่านี้มักไม่ได้ถูกทำเพื่อโชว์อย่างเดียว แต่ทำเพื่อสร้างความสามัคคีในหมู่บ้าน เพื่อส่งต่อความทรงจำร่วม และเพื่อให้คนรุ่นใหม่มีพื้นที่ยึดโยงกับรากวัฒนธรรมของตัวเอง นักท่องเที่ยวที่เข้าไปเยือนด้วยความเคารพจะได้สัมผัส “ความเป็นจริงของชุมชน” มากกว่าได้เพียงภาพถ่าย เพราะสาระสำคัญอยู่ที่การเห็นว่าคนในหมู่บ้านใช้วัฒนธรรมเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตอย่างไร
 
เมื่อพูดถึงประเพณี หลายชุมชนมีพิธีกรรมเกี่ยวกับข้าว การเพาะปลูก และการขอบคุณธรรมชาติในช่วงเก็บเกี่ยว รวมถึงพิธีผูกข้อมือที่สื่อถึงการอวยพรและการเรียกขวัญกำลังใจ ในมุมของผู้มาเยือน สิ่งที่ควรทำคือเข้าร่วมอย่างสุภาพ ฟังคำอธิบายจากเจ้าบ้าน และเคารพขอบเขตที่ชุมชนกำหนด เช่น พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ควรถ่ายภาพ หรือข้อห้ามบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำเพื่อสร้างความยุ่งยาก แต่ทำเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความหมายดั้งเดิมของพิธีกรรมให้ยังเป็นของชุมชนอย่างแท้จริง
 
เพื่อให้บทความนี้มีภาพที่จับต้องได้ จะขอยกกรณีศึกษาที่เป็นที่รู้จักในจังหวัดกาญจนบุรีคือชุมชนกะเหรี่ยงในอำเภอสังขละบุรี โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลไล่โว่ซึ่งมีหมู่บ้านกะเหรี่ยงหลายแห่ง และมักเชื่อมกับการเรียนรู้เรื่องป่า น้ำ และภูมิประเทศชายแดน ชุมชนในโซนนี้มีเส้นทางเดินทางที่ต้องอาศัยความพร้อม ทั้งในแง่เวลาและสภาพถนน แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือประสบการณ์ที่ไม่เหมือนการท่องเที่ยวทั่วไป เพราะคุณจะเห็นความสัมพันธ์ระหว่างคนกับทรัพยากรที่ยัง “ทำงาน” อยู่จริงในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การทำกิน การแบ่งปันอาหาร ไปจนถึงการรักษาป่าต้นน้ำที่เป็นหัวใจของชุมชน
 
ความพิเศษของการท่องเที่ยวหมู่บ้านกะเหรี่ยงในกาญจนบุรีอยู่ที่การได้เรียนรู้แบบหลายมิติ คุณอาจเริ่มจากการเดินชมหมู่บ้านอย่างเงียบ ๆ สังเกตบ้านไม้ยกพื้น การจัดพื้นที่ครัว การวางภาชนะและเครื่องมือทำกินที่สะท้อนสภาพภูมิประเทศ จากนั้นจึงค่อยเรียนรู้เรื่องผ้าทอ การย้อมสีธรรมชาติ หรือการทำอาหารพื้นถิ่นตามฤดูกาล หากชุมชนมีการจัดกิจกรรม คุณอาจได้ลองทำบางขั้นตอน เช่น การเตรียมเส้นด้าย การผูกลายแบบง่าย หรือการห่ออาหารด้วยใบไม้ตามวิธีชาวบ้าน กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจว่า “ภูมิปัญญา” ไม่ได้เป็นของเก่าในพิพิธภัณฑ์ แต่เป็นความรู้ที่ช่วยให้ชุมชนอยู่ได้จริงในพื้นที่ที่ทรัพยากรและเวลาเป็นสิ่งมีค่า
 
อีกด้านที่มักถูกมองข้ามคือมิติของ “ความเงียบสงบ” หมู่บ้านกะเหรี่ยงหลายแห่งอยู่ห่างจากแสงสีของเมืองใหญ่ เมื่ออยู่ในพื้นที่ภูเขา เสียงหลักที่คุณได้ยินจะเป็นเสียงลม เสียงน้ำ เสียงนก และเสียงคนคุยกันแบบไม่เร่งรีบ บรรยากาศนี้ทำให้การพักผ่อนเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ และช่วยให้ผู้มาเยือนได้ทบทวนจังหวะชีวิตของตัวเอง หลายคนจึงรู้สึกว่าการไปหมู่บ้านกะเหรี่ยงไม่ได้ให้แค่ความรู้ด้านวัฒนธรรม แต่ให้ “พื้นที่ว่าง” ทางความคิดที่หาได้ยากในชีวิตประจำวัน
 
อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยวหมู่บ้านชาติพันธุ์ควรอยู่บนหลักการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ สิ่งพื้นฐานที่สุดคือการเคารพพื้นที่และความเป็นส่วนตัวของชุมชน ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ทิ้งขยะ ไม่เข้าไปถ่ายภาพบุคคลโดยไม่ขออนุญาต และไม่ทำให้วัฒนธรรมถูกลดทอนเหลือเพียงเครื่องมือสร้างคอนเทนต์ ถ้าคุณอยากถ่ายภาพ ควรเริ่มจากการทักทาย ขออนุญาต และยอมรับหากเจ้าบ้านไม่สะดวก บางพื้นที่มีความเชื่อเกี่ยวกับพิธีกรรมหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ควรถูกบันทึกภาพ การเคารพเงื่อนไขนี้คือการแสดงความเข้าใจว่า “เราเป็นผู้มาเยือน” และชุมชนมีสิทธิ์กำหนดขอบเขตของตัวเอง
 
การสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนก็เป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ หากมีผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น เช่น ผ้าทอ ย้อมสีธรรมชาติ งานจักสาน หรืออาหารพื้นบ้าน การซื้อจากแหล่งผลิตโดยตรงช่วยให้รายได้หมุนเวียนและทำให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของอาชีพในชุมชนมากขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้มาเยือนควรเลือกซื้ออย่างมีสติ ไม่ต่อราคาแบบทำให้เจ้าบ้านเสียความรู้สึก และควรถามเรื่องที่มา/วิธีทำด้วยความสนใจจริง เพราะบทสนทนาเหล่านี้คือสิ่งที่สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างชุมชนกับนักท่องเที่ยว
 
หากคุณมีเวลาเพียงวันเดียว แผนที่เหมาะคือการเลือกโซนที่เดินทางสะดวก เช่น พื้นที่ใกล้ตัวอำเภอสังขละบุรีหรือโซนไทรโยค แล้วจัดโปรแกรมให้ไม่แน่นจนเกินไป เริ่มเช้าด้วยการชมบรรยากาศชุมชนและเรียนรู้วัฒนธรรม จากนั้นเที่ยงแวะทานอาหารพื้นถิ่น และบ่ายกลับเพื่อหลีกเลี่ยงการขับรถช่วงค่ำบนทางเขา แต่ถ้าคุณตั้งใจเรียนรู้ลึกขึ้น การค้างคืนจะทำให้เห็น “จังหวะชีวิตจริง” ของชุมชนมากกว่า เพราะตอนเย็นและตอนเช้าเป็นช่วงเวลาที่วิถีชีวิตหลายอย่างปรากฏชัด เช่น การเตรียมอาหาร การจัดการงานบ้าน การพูดคุยของคนในครัวเรือน หรือบรรยากาศที่สงบจนได้ยินเสียงธรรมชาติอย่างละเอียด
 
ฤดูกาลที่หลายคนชอบคือปลายฝนต้นหนาวถึงหน้าหนาว เพราะอากาศสบายและธรรมชาติเขียวสด วิวภูเขามักสวยเป็นพิเศษ แต่หากไปหน้าฝนควรเผื่อเวลามากขึ้นและเตรียมตัวเรื่องถนนลื่น หมอก และฝนตกแบบไม่คาดคิด โดยเฉพาะเส้นทางที่มีช่วงเป็นถนนลูกรังหรือถนนภูเขา การเตรียมรองเท้ากันลื่น เสื้อกันฝน และถุงกันน้ำสำหรับอุปกรณ์สำคัญจะช่วยให้ทริปปลอดภัยและสนุกขึ้น
 
การเดินทาง หากต้องการเที่ยวหมู่บ้านกะเหรี่ยงในกาญจนบุรีแบบวางแผนง่าย แนะนำให้ตั้งต้นจากตัวเมืองกาญจนบุรี แล้วเลือกเส้นทางไปยังอำเภอที่มีชุมชนกะเหรี่ยงและแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ เช่น สังขละบุรี ทองผาภูมิ ไทรโยค หรือศรีสวัสดิ์ การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจะยืดหยุ่นที่สุด เพราะบางพื้นที่ต้องต่อรถหรือเข้าทางแยกที่ไม่มีรถสาธารณะตลอดวัน หากเดินทางด้วยรถสาธารณะ โดยทั่วไปต้องไปถึงสถานีขนส่ง/จุดต่อรถในตัวจังหวัดก่อน แล้วต่อรถไปยังอำเภอปลายทาง จากนั้นจึงเหมารถท้องถิ่นหรือประสานชุมชนในกรณีที่มีการจัดกิจกรรมรับนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ควรเผื่อเวลาเสมอ เพราะเส้นทางภูเขามีโค้งเยอะ และการเดินทางช่วงค่ำอาจไม่สะดวกเท่าช่วงกลางวัน
 
โดยสรุปแล้ว “หมู่บ้านกะเหรี่ยง จังหวัดกาญจนบุรี” เหมาะกับผู้ที่อยากเที่ยวแบบมีความหมาย ได้ทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรม ได้เรียนรู้ภาษา วิถีชีวิต การละเล่นพื้นบ้าน และความสัมพันธ์ระหว่างคนกับทรัพยากรอย่างที่หนังสือท่องเที่ยวทั่วไปมักอธิบายไม่หมด หากคุณไปด้วยความสุภาพและตั้งใจเรียนรู้ คุณจะได้มากกว่าภาพถ่าย เพราะคุณจะได้มุมมองใหม่ต่อความเรียบง่าย และได้เข้าใจว่าทำไมวัฒนธรรมจำนวนมากจึงยังยืนอยู่ได้ เมื่อชุมชนยังใช้มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตจริง
 
สรุปสถานที่ แนวทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเพื่อเรียนรู้ชุมชนกะเหรี่ยงในจังหวัดกาญจนบุรี โดยเน้นภาษา วิถีชีวิต การละเล่นพื้นบ้าน และภูมิปัญญาท้องถิ่น
ที่ตั้ง จังหวัดกาญจนบุรี (ชุมชนกะเหรี่ยงพบได้หลายอำเภอ เช่น สังขละบุรี ทองผาภูมิ ไทรโยค ศรีสวัสดิ์)
ที่อยู่ (อ้างอิงการนำทาง) โซนสังขละบุรี ตำบลหนองลู/ตำบลไล่โว่ จังหวัดกาญจนบุรี
จุดเด่นของสถานที่ วัฒนธรรมกะเหรี่ยงที่ยังมีชีวิต ภาษาและภาษาพูดในชุมชน วิถีเกษตรและการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ การละเล่นและดนตรีพื้นบ้าน งานหัตถกรรม/ผ้าทอ และการท่องเที่ยวแบบรับผิดชอบต่อชุมชน
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง 1) สะพานมอญ – ประมาณ 2 กม.
2) วัดวังก์วิเวการาม – ประมาณ 2 กม.
3) เจดีย์พุทธคยา (สังขละบุรี) – ประมาณ 3 กม.
4) ด่านเจดีย์สามองค์ – ประมาณ 22 กม.
5) จุดชมวิวเขื่อนวชิราลงกรณ (โซนสังขละบุรี) – ประมาณ 35 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง (ยืนยันเบอร์) 1) ร้านป้าหยิน (อาหารมอญ/เช้า) – ประมาณ 2 กม. โทร. 089-808-3002
2) ครัวสมชาย by สมชายกาแฟสด – ประมาณ 2 กม. โทร. 089-529-1675
3) Highlight สังขละบุรี (หมูกระทะ) – ประมาณ 3 กม. โทร. 092-570-2256
4) โจ๊กนั่งยอง – ประมาณ 2 กม. โทร. 085-702-2152
5) แพมิตรสัมพันธ์ (โซนหนองลู/แพริมน้ำ) – ประมาณ 6 กม. โทร. 034-595-261
ที่พักใกล้เคียง (ยืนยันเบอร์) 1) Sam Prasob Resort – ประมาณ 2 กม. โทร. 034-595-050, 089-137-4831
2) Coffee Berry – ประมาณ 2 กม. โทร. 062-483-2873
3) Must Tawan – ประมาณ 2 กม. โทร. 082-292-5139
4) Cheun Jai House – ประมาณ 2 กม. โทร. 081-402-8960, 081-300-9376
5) P Guesthouse – ประมาณ 2 กม. โทร. 034-595-061, 081-450-2783
สิ่งอำนวยความสะดวก ร้านค้าและบริการพื้นฐานจะกระจุกตัวในโซนตัวอำเภอ/ตลาด ควรเตรียมเงินสด ยากันยุง เสื้อกันฝน และถุงกันน้ำสำหรับอุปกรณ์สำคัญ โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน
สถานะปัจจุบัน เป็นแนวทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ควรเน้นการประสานงานและเคารพกติกาชุมชนก่อนเข้าพื้นที่ โดยเฉพาะกิจกรรมการเรียนรู้หรือการเข้าชุมชนเชิงลึก
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: หมู่บ้านกะเหรี่ยงในกาญจนบุรีเหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับคนที่สนใจวัฒนธรรมชาติพันธุ์ ธรรมชาติ วิถีชุมชน และการท่องเที่ยวแบบเรียนรู้ที่ไม่เร่งรีบ รวมถึงครอบครัวและกลุ่มนักเรียนที่ต้องการศึกษาภาคสนาม
 
ถาม: ไปเที่ยวหมู่บ้านกะเหรี่ยงควรเตรียมตัวยังไง?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ เตรียมยากันยุง น้ำดื่ม เสื้อกันฝน และอุปกรณ์กันน้ำสำหรับโทรศัพท์/กล้อง รวมถึงตั้งใจเคารพกติกาชุมชน เช่น ขออนุญาตก่อนถ่ายภาพบุคคล
 
ถาม: วัฒนธรรมที่น่าศึกษาในชุมชนกะเหรี่ยงมีอะไรบ้าง?
ตอบ: ภาษาและคำพูดในชีวิตประจำวัน ประเพณีตามรอบปี งานหัตถกรรม/ผ้าทอ การทำอาหารพื้นถิ่น และการละเล่นหรือดนตรีพื้นบ้านที่เชื่อมคนในชุมชนเข้าหากัน
 
ถาม: ถ้าอยากได้ประสบการณ์เชิงลึกควรไปกี่วัน?
ตอบ: แนะนำอย่างน้อย 2 วัน 1 คืน เพราะการค้างคืนทำให้เห็นจังหวะชีวิตจริงของชุมชน ทั้งช่วงเย็นและช่วงเช้าที่เป็นเวลาสำคัญของการใช้ชีวิต
 
ถาม: ควรไปช่วงเดือนไหนถึงจะเที่ยวสบายที่สุด?
ตอบ: ปลายฝนต้นหนาวถึงฤดูหนาว อากาศสบาย ธรรมชาติเขียวและวิวภูเขาสวย แต่หากไปหน้าฝนควรเผื่อเวลาและระวังถนนลื่นโดยเฉพาะเส้นทางภูเขา
 
ถาม: ทำไมต้องเน้นการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบเมื่อไปชุมชนชาติพันธุ์?
ตอบ: เพราะชุมชนมีวัฒนธรรมและความเป็นส่วนตัว การเคารพกติกา ไม่รบกวนชีวิตประจำวัน และสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนอย่างเหมาะสม จะทำให้การท่องเที่ยวไม่สร้างผลกระทบและยั่งยืนสำหรับทุกฝ่าย
แผนที่ หมู่บ้านกะเหรี่ยง แผนที่หมู่บ้านกะเหรี่ยง
วิถีชีวิต หมวดหมู่: วิถีชีวิต
คำค้นคำค้น: หมู่บ้านกะเหรี่ยงบ้านกะเหรี่ยง กาญจนบุรี หมู่บ้านกะเหรี่ยง กาญจนบุรี เที่ยวชุมชนกะเหรี่ยง วัฒนธรรมกะเหรี่ยง ภาษากะเหรี่ยง วิถีชีวิตกะเหรี่ยง เที่ยวสังขละบุรี ชุมชน ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กาญจนบุรี เที่ยวกาญจนบุรี ชุมชน เที่ยวเชิงอนุรักษ์ กาญจนบุรี
ปรับปรุงล่าสุดปรับปรุงล่าสุด: 2 วันที่แล้ว


แสดงความเห็น

แสดงความเห็น




คำค้น (ขั้นสูง)
   
Email :
  รหัสผ่าน :
  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
 

Facebook Fanpage Facebook Fanpage

 

ภูมิภาค ภูมิภาคhttps://www.lovethailand.org/

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(13)

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(5)

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(7)

พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(7)

อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(1)

มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัด วัด(37/539)

โบสถ์ โบสถ์(2)

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(6)

โครงการในพระราชดำริ โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวง โครงการหลวง(1)

วิถีชีวิต วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)

ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(11)

ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(6)

เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(9)

น้ำตก น้ำตก(19)

น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(3)

ถ้ำ ถ้ำ(20)

แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(4)

บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร

สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(2)

แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(4)

ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(11)

โรงภาพยนตร์ โรงภาพยนตร์(1)

กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(2)

บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร

รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)