น้ำตกเอราวัณ

Rating: 4/5 (5 votes)
สถานที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรี
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08:00 – 16:00
น้ำตกเอราวัณ เป็นหนึ่งในน้ำตกที่คนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติยกให้ “คุ้มที่สุด” ของกาญจนบุรี เพราะคุณไม่ได้มาเพื่อจุดถ่ายรูปเพียงจุดเดียว แต่ได้ประสบการณ์แบบไล่ระดับครบ 7 ชั้นในเส้นทางเดียว ตั้งแต่แอ่งน้ำใสระดับชั้นล่างที่เข้าถึงง่าย ไปจนถึงชั้นบนที่บรรยากาศเงียบขึ้นเรื่อย ๆ เหมาะกับคนที่อยากได้ทั้งการเล่นน้ำ พักผ่อน และเดินธรรมชาติแบบพอดีแรงในทริปเดียว ถ้าคุณกำลังมองหาที่เที่ยวที่มีน้ำสีฟ้าอมเขียวมรกตบางชั้น เดินทางไม่ยากจากตัวเมืองกาญจนบุรี และสามารถจัดเป็นทริปวันเดียวหรือค้างคืนแถวเขื่อนศรีนครินทร์ได้แบบสบาย ๆ ที่นี่คือคำตอบที่ “กันพลาด” มาก โดยเฉพาะวันที่คุณอยากออกจากโหมดเมืองแล้วไปอยู่กับเสียงน้ำและป่าแบบจริงจังสักครั้ง
เสน่ห์สำคัญของน้ำตกเอราวัณอยู่ที่การเป็นน้ำตกหินปูน ซึ่งทำให้น้ำในแอ่งหลายจุดดูมีสีฟ้าหรือเขียวอมมรกตเมื่อโดนแสงกระทบในมุมที่เหมาะ ความรู้สึกเวลาเดินอยู่ริมลำธารแล้วเห็นน้ำใสสะท้อนสีแบบสระธรรมชาติ เป็นภาพที่ทำให้หลายคนเข้าใจทันทีว่าทำไมจุดนี้ถึงเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กด้านธรรมชาติของกาญจนบุรี และเมื่อรวมกับความเป็น “น้ำตก 7 ชั้น” ที่คุณสามารถเลือกได้ว่าจะเที่ยวแบบเบา ๆ ที่ชั้นล่าง หรือวางแผนเดินเก็บครบไปถึงชั้นบนสุดภายในเวลาเดียวกัน ความสนุกของที่นี่จึงไม่ใช่แค่การมาถึงแล้วถ่ายรูปกลับ แต่เป็นการออกแบบจังหวะทริปให้เข้ากับกำลังของตัวเองได้จริง
ทำเลของน้ำตกเอราวัณอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี โดยจุดน้ำตกอยู่ไม่ไกลจากบริเวณที่ทำการอุทยาน ระยะเดินรวมจากชั้นล่างขึ้นไปชั้นบนสุดประมาณ 1,500 เมตร (ระยะบนเส้นทางหลัก) และโดยทั่วไปหากคุณต้องการเยี่ยมชมครบทั้ง 7 ชั้นแบบขึ้นลง จะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับจังหวะพัก เล่นน้ำ และความหนาแน่นของคนในวันนั้น จุดดีของระยะทางแบบนี้คือมัน “ไม่สั้นจนจบไว” แต่ก็ “ไม่หนักจนต้องเป็นสายเทรค” คุณจึงจัดทริปให้เป็นธรรมชาติแบบค่อย ๆ เดิน ค่อย ๆ หยุด และค่อย ๆ ซึมซับได้
ก่อนเริ่มเดิน น้ำตกเอราวัณมีพื้นฐานเรื่องชื่อและที่มาที่ทำให้การเที่ยวมีเรื่องเล่ามากขึ้น ในอดีตชาวบ้านเคยเรียกพื้นที่นี้ว่า “น้ำตกสะด่องม่องลาย” ซึ่งเกี่ยวข้องกับชื่อลำห้วยม่องลายที่เป็นต้นน้ำในพื้นที่ ต่อมาชื่อ “เอราวัณ” กลายเป็นชื่อที่ผู้คนรู้จักแพร่หลาย และช่วยสร้างภาพจำว่านี่คืออุทยานที่มีน้ำตก 7 ชั้นเป็นไฮไลต์หลัก เมื่อคุณรู้ที่มานี้ คุณจะมองพื้นที่แบบไม่ใช่แค่จุดท่องเที่ยว แต่เป็นพื้นที่ธรรมชาติที่มีประวัติการเรียกขานและการรับรู้ของคนท้องถิ่นมาก่อนที่จะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับประเทศเหมือนทุกวันนี้
ถ้ามองแบบคนเที่ยวจริง ๆ “การเที่ยวให้คุ้ม” เริ่มจากการเลือกเป้าหมายของวันนั้นก่อน เพราะน้ำตกเอราวัณสามารถเที่ยวได้ 2 สไตล์ที่ต่างกันชัด แบบแรกคือเที่ยวชิล เน้นชั้นล่างถึงชั้นกลาง เลือกเล่นน้ำ ถ่ายรูป และพักให้พอดี แบบนี้เหมาะกับครอบครัว คนพาเด็กเล็กมา หรือคนที่อยากพักผ่อนมากกว่าออกแรง แบบที่สองคือเดินเก็บครบ 7 ชั้น ซึ่งต้องบริหารเวลาและพลังมากขึ้น โดยเฉพาะถ้าคุณตั้งใจขึ้นไปชั้นบนสุดและยังอยากมีเวลาพักเล่นน้ำระหว่างทาง การเลือกสไตล์ตั้งแต่ต้นจะช่วยให้คุณไม่เกิดความรู้สึกว่า “ทำไมยังไม่ถึง” หรือ “เหนื่อยเกินไป” เพราะคุณจะจัดจังหวะเดินและจังหวะพักได้ตรงกับแผนของตัวเอง
สำหรับคนที่อยากได้ภาพสวยแบบไม่ต้องเสี่ยงหรือฝืนแรง เทคนิคหนึ่งที่ใช้ได้จริงคือการตั้ง “จุดพอใจ” ไว้ล่วงหน้า เช่น ตั้งใจว่าขอให้ถึงชั้นกลางที่คนชอบเล่นน้ำและถ่ายรูป แล้วถ้าแรงยังดีค่อยไต่ขึ้นต่อ วิธีนี้ทำให้คุณได้ทั้งความคุ้มและความสบายใจ เพราะแม้คุณจะไม่ได้ถึงชั้นบนสุดทุกครั้ง แต่คุณยังกลับออกมาได้แบบไม่กดดัน ไม่ต้องเร่ง และไม่ต้องหอบตอนท้ายทริป จุดนี้สำคัญมากกับน้ำตกที่เป็นเส้นทางขึ้นลง เพราะความสนุกจะหายทันทีถ้าคุณต้องวิ่งแข่งเวลากับการกลับก่อนปิดด่าน
ธรรมชาติของน้ำตกเอราวัณยังเปลี่ยน “บุคลิก” ตามฤดูกาลค่อนข้างชัด ช่วงฤดูแล้งโดยทั่วไปน้ำจะน้อยลง (มักถูกพูดถึงช่วงประมาณเดือนธันวาคมถึงเมษายน) ทำให้บางวันบรรยากาศนิ่งสงและน้ำใสมากขึ้น เดินสบาย และคุมสถานการณ์ถ่ายรูปได้ง่าย ส่วนช่วงที่น้ำมากกว่า บรรยากาศจะดิบและมีพลัง เสียงน้ำชัด ละอองน้ำเยอะ และพื้นทางเดินจะชื้นกว่าปกติ สิ่งที่ควรเข้าใจคือความสวยของที่นี่ไม่ได้มีคำตอบเดียว บางคนชอบช่วงน้ำใสและเดินง่าย บางคนชอบช่วงน้ำเยอะและป่าดูเขียวเต็มตา คุณเลือกได้ตามสไตล์เที่ยวของตัวเอง แต่สิ่งที่เหมือนกันคือควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัย เพราะพื้นหินและทางชื้นเป็นปัจจัยที่ทำให้ “ลื่นกว่าที่ตาเห็น” เสมอ
หัวข้อที่คู่แข่งจำนวนมากเล่าไม่ละเอียดเท่าที่ควรคือ “การเตรียมตัวเล็ก ๆ ที่ทำให้ทริปต่างกันมาก” รองเท้าที่เหมาะที่สุดคือรองเท้ากันลื่นหรือรองเท้ารัดส้นที่เกาะพื้นดี เพราะการเดินขึ้นลงและการยืนบนหินใกล้น้ำตกจะมีความชื้นตลอด หากคุณใส่รองเท้าพื้นเรียบหรือรองเท้าแตะบาง ๆ โอกาสลื่นจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อีกอย่างคือการเตรียมถุงกันน้ำสำหรับโทรศัพท์หรือกล้อง เพราะละอองน้ำทำให้เลนส์เป็นคราบได้ง่าย และถ้าคุณชอบถ่ายรูปแบบจริงจัง การพกผ้าไมโครไฟเบอร์ชิ้นเล็กสำหรับเช็ดเลนส์จะช่วยได้มากกว่าที่คิด โดยเฉพาะชั้นที่มีละอองน้ำแรง
น้ำตกเอราวัณยังมี “เส้นทางศึกษาธรรมชาติ” ที่ช่วยเพิ่มมิติการเที่ยวสำหรับคนที่อยากได้มากกว่าแค่น้ำตก โดยอุทยานมีการจัดเส้นทางไว้ 2 เส้นทางที่เป็นข้อมูลสำคัญ ได้แก่ เส้นทางสายป่าดิบแล้งม่องล่าย ระยะทางประมาณ 1,010 เมตร ซึ่งเป็นทางเดินเลียบลำห้วยม่องล่ายและเริ่มจากสะพานค่ายพักแรมไปบรรจบกับเส้นทางหลักบริเวณน้ำตกชั้นที่ 3 และเส้นทางเขาหินล้านปี ระยะทางประมาณ 1,940 เมตร ที่เริ่มจากลานจอดรถไปบรรจบกับเส้นทางสู่น้ำตกชั้นที่ 4 เส้นทางเหล่านี้เหมาะกับคนที่อยากเดินชมป่า ฟังเสียงธรรมชาติ และได้ภาพ “ป่า + ลำธาร” ที่ต่างจากมุมคลาสสิกของน้ำตก เพราะบางช่วงคุณจะได้สังเกตพืชพรรณและภูมิประเทศของอุทยานแบบใกล้ชิดกว่า
ในเชิงประสบการณ์ จุดที่คนมักประทับใจเร็วคือชั้นล่าง ๆ ที่เข้าถึงง่ายและมีแอ่งน้ำให้พัก แต่ความสนุกของเอราวัณคือยิ่งเดินสูงขึ้น บรรยากาศยิ่งเปลี่ยนจากความคึกคักเป็นความสงบ คุณจะเริ่มได้ยินเสียงคนลดลงและได้ยินเสียงน้ำกับเสียงป่าชัดขึ้น นี่คือเหตุผลที่หลายคนแนะนำให้มาเช้า เพราะนอกจากอากาศจะเดินสบายกว่าแล้ว คุณยังมีโอกาสได้ชั้นกลางและชั้นบนแบบคนไม่แน่น ซึ่งทำให้ทั้งรูปและความรู้สึก “คุ้มกว่า” อย่างชัดเจน หากคุณตั้งใจจะขึ้นสูง แนะนำให้เริ่มเดินทันทีหลังจัดการเรื่องบัตรและของใช้เรียบร้อย แล้วค่อยกลับมาพักเล่นน้ำชั้นล่างตอนขาลงจะเป็นจังหวะที่ลงตัวกว่า
สำหรับคนที่อยากเล่นน้ำ สิ่งสำคัญคือการเลือกจุดที่เหมาะสมและระวังพื้นหินลื่น โดยเฉพาะบริเวณที่มีน้ำไหลผ่านตลอดและมีตะไคร่น้ำเกาะ การยืนพิงหินหรือปีนโขดหินสูงเพื่อถ่ายรูปใกล้น้ำตกอาจดูเท่ในภาพ แต่มีความเสี่ยงจริงในชีวิตจริง คุณควรให้ความสำคัญกับสัญญาณเตือนและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เป็นหลัก เพราะสภาพน้ำและความลื่นเปลี่ยนได้เร็วตามฝนและปริมาณนักท่องเที่ยว อีกประเด็นที่ควรรู้คือมีข้อมูลจากแหล่งท่องเที่ยวที่ระบุว่าบางจุดอาจมีข้อกำหนดเรื่องการสวมเสื้อชูชีพเมื่อเล่นน้ำ ดังนั้นถ้าคุณตั้งใจลงน้ำจริง ควรเตรียมใจเรื่องกติกาและค่าเช่าอุปกรณ์ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้ทริปไม่สะดุดตอนถึงหน้างาน
ถ้าคุณเป็นสายถ่ายรูป น้ำตกเอราวัณให้มุมภาพหลายแนวในทริปเดียว ตั้งแต่มุมกว้างที่เก็บชั้นหินและสายน้ำพร้อมฉากป่า มุมแอ่งน้ำที่สะท้อนสีฟ้าอมเขียว มุมพอร์เทรตที่ใช้ผิวน้ำเป็นฉากหน้า และมุมไลฟ์สไตล์ระหว่างเดินขึ้นลงซึ่งช่วยเล่าเรื่อง “การไปให้ถึง” ได้ดี เคล็ดลับเล็ก ๆ คือเลือกเวลาที่แสงไม่แข็งเกินไป เช่น ช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ และถ้าคนแน่น ให้เปลี่ยนแนวคิดจาก “ต้องได้มุมยอดฮิต” เป็น “เก็บมุมเล่าเรื่อง” เช่น รองเท้าเปียกน้ำ มือจับราวทางเดิน ละอองน้ำบนใบไม้ หรือเงาสะท้อนบนแอ่งน้ำ ภาพแบบนี้มักต่างจากคนส่วนใหญ่และทำให้คอนเทนต์ดูมีเอกลักษณ์มากขึ้น
การเดินทางไปน้ำตกเอราวัณโดยรถส่วนตัวเป็นวิธีที่ยืดหยุ่นที่สุด โดยคุณสามารถออกจากตัวเมืองกาญจนบุรีแล้วมุ่งหน้าอำเภอศรีสวัสดิ์ ใช้เส้นทางสายกาญจนบุรี – ศรีสวัสดิ์ ผ่านโซนทางเข้าเขื่อนศรีนครินทร์และผ่านเทศบาลตำบลเอราวัณ จากนั้นเข้าสู่อุทยานตามป้ายบอกทาง การขับรถมาเองมีข้อดีคือคุณสามารถจัดทริปแบบแวะจุดอื่นระหว่างทางได้ เช่น จุดชมวิวเขื่อน ร้านอาหารท้องถิ่น หรือคาเฟ่ในโซนท่ากระดาน ซึ่งทำให้ทริปวันเดียว “ไม่สั้น” และคุ้มค่าเวลาเดินทางมากขึ้น โดยเฉพาะถ้าคุณมากับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัว
หากคุณไม่มีรถส่วนตัว การไปแบบรถโดยสารก็ทำได้ในหลักการ แต่ควรวางแผนเวลาให้ชัดเพราะการต่อรถและรอบรถอาจเปลี่ยนตามฤดูกาลและความต้องการเดินทางจริง วิธีคิดที่ปลอดภัยคือวางแผนให้คุณมาถึงอุทยานช่วงเช้าเพื่อมีเวลาเดินขึ้นลงและยังเหลือเวลาเผื่อการเดินทางกลับ รวมถึงมีแผนสำรอง เช่น ติดต่อที่พักในพื้นที่หรือคนพื้นที่ช่วยแนะนำการต่อรถ เพื่อไม่ให้เกิดสถานการณ์ “เที่ยวถึงแต่กลับลำบาก” ในช่วงเย็น โดยเฉพาะถ้าคุณต้องกลับเข้าเมืองกาญจนบุรีในวันเดียว
ถ้าคุณอยากเที่ยวแบบคุ้มสุดโดยไม่เร่ง แผนที่ใช้ได้จริงคือจัดทริป 2 วัน 1 คืน โดยเลือกที่พักโซนท่ากระดานหรือโซนเขื่อนศรีนครินทร์ แล้วมาเริ่มเดินน้ำตกเช้าวันถัดไป ข้อดีคือคุณจะได้อากาศดี คนยังไม่เยอะ และสามารถวางจังหวะได้ว่าขึ้นสูงก่อนแล้วค่อยเล่นน้ำตอนขาลง หรือถ้าอยากชิลมาก ๆ ก็เล่นน้ำชั้นล่างเป็นหลักแล้วค่อยเดินขึ้นแบบไม่รีบ การค้างคืนยังช่วยให้คุณได้บรรยากาศริมเขื่อนหรือที่พักแพ ซึ่งเป็นเสน่ห์อีกแบบของอำเภอศรีสวัสดิ์ที่หลายคนประทับใจไม่แพ้น้ำตกเอง
สุดท้าย ถ้าคุณต้องการให้ทริปเอราวัณ “จบสวย” แบบไม่มีดราม่า มี 3 อย่างที่ควรทำให้เป็นนิสัย คือเริ่มเช้าเพื่อมีเวลาเหลือเผื่อ, พกน้ำดื่มและของจำเป็นแบบเบา ๆ เพื่อไม่ต้องเดินกลับรถบ่อย, และเคารพธรรมชาติด้วยการไม่ทิ้งขยะ ไม่ส่งเสียงดัง และไม่ทำกิจกรรมเสี่ยงใกล้น้ำตก เพราะสถานที่ธรรมชาติที่สวยที่สุดมักจะอยู่ได้ยาวนานที่สุดเมื่อคนเที่ยวช่วยกันรักษา เมื่อคุณทำได้ครบ ทริปนี้จะให้ทั้งรูปสวย ความสดชื่น และความรู้สึกเหมือนรีเซ็ตตัวเองจากความวุ่นวายได้จริง นี่คือเหตุผลที่น้ำตกเอราวัณยังถูกค้นหาและถูกแนะนำซ้ำ ๆ ในฐานะหนึ่งในน้ำตกที่ควรมาให้ได้สักครั้งของประเทศไทย
| สรุปสถานที่ | น้ำตก 7 ชั้นในอุทยานแห่งชาติเอราวัณ จุดเด่นคือแอ่งน้ำใสสีฟ้าอมเขียวบางชั้น เดินเที่ยวได้ทั้งแบบชิลและแบบเก็บครบทุกชั้น ใช้เวลาเดินขึ้นลงโดยทั่วไปประมาณ 3 ชั่วโมง |
| สถานที่ตั้ง | อุทยานแห่งชาติเอราวัณ หมู่ 4 ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี 71250 |
| จุดเด่นของสถานที่ | น้ำตก 7 ชั้น, แอ่งน้ำสีฟ้า/เขียวมรกตจากหินปูน, เล่นน้ำได้ในจุดที่เหมาะสม, มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ 2 เส้นทาง, เหมาะทั้งวันเดย์ทริปและค้างคืนโซนท่ากระดาน–เขื่อนศรีนครินทร์ |
| ช่วงเวลาที่เหมาะ | เช้าของวันธรรมดา (คนไม่แน่น) / ฤดูที่อากาศเดินสบายและน้ำใส (โดยทั่วไปปลายปีถึงต้นปี) / ช่วงน้ำมากเหมาะกับคนอยากเห็นสายน้ำแรง (ควรเช็กความปลอดภัยก่อน) |
| ประวัติ/ที่มา | เดิมชาวบ้านเรียก “น้ำตกสะด่องม่องลาย” ตามลำห้วยม่องลายที่เป็นต้นน้ำ ต่อมาชื่อ “เอราวัณ” ถูกใช้แพร่หลายและกลายเป็นอุทยานที่มีน้ำตก 7 ชั้นเป็นไฮไลต์สำคัญของกาญจนบุรี |
| การเดินทาง | รถส่วนตัว: จากตัวเมืองกาญจนบุรีมุ่งหน้าอำเภอศรีสวัสดิ์ ตามป้ายเข้าอุทยาน / รถโดยสาร: ทำได้แต่ควรวางแผนรอบไป–กลับและการต่อรถให้ชัด / แนะนำเริ่มเช้าเพื่อมีเวลาขึ้นลงและกลับก่อนด่านปิด |
| ค่าธรรมเนียม | คนไทย ผู้ใหญ่ 100 บาท / เด็ก 50 บาท, ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 300 บาท / เด็ก 200 บาท (อัตราอาจเปลี่ยนตามประกาศ) |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานจอดรถ, ห้องน้ำ, จุดบริการนักท่องเที่ยว, เส้นทางเดินขึ้นน้ำตก, โซนบ้านพัก/กางเต็นท์ (ตามการเปิดให้บริการ), ร้านสวัสดิการ (ตามรอบ) |
| สถานะปัจจุบัน | โดยทั่วไปเปิดให้เข้าชม (ควรตรวจประกาศอุทยานก่อนเดินทาง โดยเฉพาะช่วงฝนหนัก/เหตุการณ์ฉุกเฉิน) |
| เบอร์ติดต่อ | 034-574222 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง (พร้อมระยะทาง) | 1) ถ้ำพระธาตุ (ในเขตอุทยานเอราวัณ) – 12 กม. 2) จุดชมวิวเขื่อนศรีนครินทร์ – 50 กม. 3) ท่าเรือ/โซนท่ากระดาน (จุดขึ้นเรือเที่ยวเขื่อน) – 45 กม. 4) น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น – 65 กม. 5) สะพานข้ามแม่น้ำแคว (ตัวเมืองกาญจนบุรี) – 70 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง (พร้อมระยะทาง + เบอร์โทร) | 1) Erawan Coffee – 2 กม. – 084-6313102 2) ครัวเขาดิน (ศรีสวัสดิ์) – 40 กม. – 065-8939599 3) ร้านอาหารแควใหญ่ – 45 กม. – 089-5504422 4) ห้องอาหาร Rayaburi Resort – 45 กม. – 034-696165 5) ห้องอาหาร Z9 Resort – 55 กม. – 061-3604959 |
| ที่พักใกล้เคียง (พร้อมระยะทาง + เบอร์โทร) | 1) The Hub Erawan Resort – 3 กม. – 084-5994591 2) RaftDara Erawan – 8 กม. – 097-1343224 3) Rayaburi Resort – 45 กม. – 034-696165 4) Z9 Resort Kanchanaburi – 55 กม. – 061-3604959 5) Lake Heaven Resort – 55 กม. – 061-4182270 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: น้ำตกเอราวัณเล่นน้ำได้ไหม?
ตอบ: เล่นน้ำได้ในหลายชั้นที่มีแอ่งน้ำและเหมาะสม แต่ควรเลือกจุดที่ปลอดภัย ระวังพื้นหินลื่น และปฏิบัติตามคำแนะนำ/กติกาของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะช่วงน้ำมากหรือหลังฝนตกใหม่
ถาม: เดินขึ้นไปครบ 7 ชั้นใช้เวลากี่ชั่วโมง?
ตอบ: โดยทั่วไปหากขึ้นลงครบ 7 ชั้นมักใช้เวลาราว 3 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับจังหวะพัก เล่นน้ำ และจำนวนคนในวันนั้น ถ้าอยากเดินสบายแนะนำเริ่มเช้า
ถาม: ชั้นไหนของน้ำตกเอราวัณสวยที่สุด?
ตอบ: ความชอบต่างกันตามสไตล์เที่ยว ชั้นล่างเข้าถึงง่ายและเหมาะกับครอบครัว ส่วนชั้นกลางถึงชั้นบนให้บรรยากาศสงบขึ้นและมุมถ่ายรูปที่แตกต่าง หากมีเวลาจำกัดให้ตั้งเป้าไปถึงชั้นกลางที่เดินพอดีแรงแล้วค่อยตัดสินใจขึ้นต่อ
ถาม: ช่วงเดือนไหนเหมาะที่สุดสำหรับไปน้ำตกเอราวัณ?
ตอบ: โดยทั่วไปปลายปีถึงต้นปีอากาศเดินสบายและเหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้ง ช่วงน้ำมากจะได้ภาพสายน้ำแรงและป่าเขียว แต่ควรเช็กสภาพอากาศและประกาศความปลอดภัยก่อนเดินทาง
ถาม: ไม่มีรถส่วนตัว ไปได้ไหม?
ตอบ: ไปได้ แต่ควรวางแผนเรื่องรอบรถและการต่อรถให้ชัดเจน เพราะเวลาเดินทางและรอบรถอาจเปลี่ยนตามฤดูกาล วิธีที่ปลอดภัยคือออกเช้า เผื่อเวลาขากลับ และมีแผนสำรองไว้เสมอ
ถาม: ต้องเตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษ?
ตอบ: แนะนำรองเท้ากันลื่นหรือรองเท้ารัดส้น ถุงกันน้ำสำหรับมือถือ/ของมีค่า ผ้าเช็ดตัว และน้ำดื่มพกพา หากตั้งใจเล่นน้ำควรทำตามกติกาอุทยานและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เพื่อความปลอดภัย
แสดงความเห็น
อัลบั้มรูป(15) 
| | ● ช่างภาพ: Chok Moso ● ลิงค์: facebook.com/CHOKMOSOPIX ● ที่มา: pixpros.net |
| | ● ช่างภาพ: Chanwit Ohm ● ลิงค์: facebook.com/chanwit.ohm ● ที่มา: pixpros.net |
| | ● ช่างภาพ: Martinho Smart ● ลิงค์: facebook.com/smart083 ● ที่มา: pixpros.net |
● ลิขสิทธิ์ภาพเป็นของช่างภาพ (800*500)
● ดูภาพขนาดเต็มได้จากแฟนเพจของช่างภาพ
● ดูภาพขนาดเต็มได้จากแฟนเพจของช่างภาพ
| คำค้น (ขั้นสูง) |
Facebook Fanpage






หมวดหมู่:
กลุ่ม: 














ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และอนุสาวรีย์(
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(
พิพิธภัณฑ์(
อาร์ตแกลเลอรี่(
มหาวิทยาลัย
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
วัด(
โบสถ์(
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(
โครงการในพระราชดำริ
โครงการหลวง(
วิถีชีวิต
หมู่บ้าน ชุมชน(
ตลาดท้องถิ่น(
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(
ดอย และภูเขา(
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(
น้ำพุร้อน(
ถ้ำ(
แม่น้ำลำคลอง(
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(
บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(
ฟาร์ม, ไร่, สวน, สวนสาธารณะ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(
โรงภาพยนตร์(
กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย(
บทความท่องเที่ยว, สูตรอาหาร
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(