หน้าหลัก >ภาคกลาง >จ.พระนครศรีอยุธยา >ธรรมชาติ และสัตว์ป่า > อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล
TL;DR: อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล ของภาคกลาง ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

พระนครศรีอยุธยา

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล

อุทยานแห่งชาติ เป็นหนึ่งในฐานทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย เพราะเป็นพื้นที่ที่รัฐสงวนและคุ้มครองไว้เพื่อรักษาป่าไม้ ภูเขา น้ำตก ถ้ำ ลำน้ำ ชายฝั่งทะเล เกาะ แนวปะการัง รวมถึงสัตว์ป่าและระบบนิเวศที่เกี่ยวข้องให้คงอยู่ในสภาพธรรมชาติอย่างมากที่สุด คำว่าอุทยานแห่งชาติตรงกับภาษาอังกฤษว่า national park และในบริบทของการท่องเที่ยวไทย คำนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังหมายถึงพื้นที่อนุรักษ์ที่มีคุณค่าทั้งในด้านนิเวศวิทยา การศึกษา การพักผ่อน และการใช้ประโยชน์เชิงสาธารณะอย่างระมัดระวังควบคู่กันไป โดยหลักคิดสำคัญของการมีอุทยานแห่งชาติคือการรักษาทรัพยากรธรรมชาติเอาไว้เพื่อคนรุ่นปัจจุบันและคนรุ่นต่อไป ไม่ให้พื้นที่เหล่านี้ถูกทำลายหรือเปลี่ยนแปลงไปจนสูญเสียคุณค่าเดิม
 
ในประเทศไทย อุทยานแห่งชาติสามารถอธิบายได้อย่างเข้าใจง่ายเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ อุทยานแห่งชาติทางบก และ อุทยานแห่งชาติทางทะเล อุทยานแห่งชาติทางบกจะเน้นการคุ้มครองทรัพยากรบนแผ่นดิน เช่น ป่าไม้ เทือกเขา หน้าผา น้ำตก ถ้ำ ทุ่งหญ้า แหล่งต้นน้ำ และถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าบนบกหรือสัตว์ป่าในป่าเขา ขณะที่อุทยานแห่งชาติทางทะเลจะเน้นการคุ้มครองทรัพยากรชายฝั่งและทะเล เช่น หาดทราย เกาะ แนวปะการัง หญ้าทะเล ป่าชายเลน อ่าว และสัตว์น้ำหรือสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศทางทะเล แม้ลักษณะพื้นที่จะแตกต่างกัน แต่หัวใจของทั้ง 2 ประเภทเหมือนกัน คือการอนุรักษ์ธรรมชาติควบคู่กับเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าไปเรียนรู้และท่องเที่ยวภายใต้กฎระเบียบที่เหมาะสม
 
เมื่ออธิบายให้ลึกขึ้น อุทยานแห่งชาติทางบกมีความสำคัญมากในเชิงระบบนิเวศ เพราะมักเป็นพื้นที่ต้นน้ำของลำธารหลายสาย เป็นแหล่งกักเก็บความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นบ้านของสัตว์ป่าจำนวนมาก และทำหน้าที่รักษาสมดุลทางธรรมชาติของภูมิภาคนั้น ๆ พื้นที่เหล่านี้ช่วยควบคุมวงจรน้ำ ลดการชะล้างพังทลายของดิน รักษาความชุ่มชื้นของป่า และเป็นฐานของห่วงโซ่อาหารในธรรมชาติ ดังนั้น จุดประสงค์ของการมีอุทยานแห่งชาติทางบกจึงไม่ได้มีเพียงเพื่อให้คนเข้าไปเที่ยวชมวิว แต่เพื่อรักษาผืนป่า ภูมิประเทศ และระบบนิเวศที่มีคุณค่าทางธรรมชาติไว้ในระยะยาวด้วย
 
คำว่าอุทยานแห่งชาติในความเข้าใจของคนทั่วไปมักผูกกับภาพภูเขา น้ำตก และป่าใหญ่ ซึ่งเป็นภาพที่ถูกต้องในระดับหนึ่ง แต่หากมองในภาพรวม อุทยานแห่งชาติคือพื้นที่ที่มีคุณค่าเชิงธรรมชาติเป็นพิเศษ ทั้งในด้านความงาม ความหายาก ความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ หรือความสำคัญด้านวิทยาศาสตร์และการอนุรักษ์ หลายแห่งไม่ได้มีแค่จุดชมวิวหรือความสวยงามเชิงทัศนียภาพ แต่ยังเป็นถิ่นอาศัยของพันธุ์พืชเฉพาะถิ่น สัตว์ป่าหายาก แหล่งธรณีวิทยาที่สำคัญ หรือพื้นที่ที่มีบทบาทต่อความมั่นคงทางทรัพยากรน้ำของประเทศด้วย นี่คือเหตุผลว่าทำไมอุทยานแห่งชาติจึงเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่อนุรักษ์ในเวลาเดียวกัน
 
ประเทศไทยมีประวัติศาสตร์ด้านอุทยานแห่งชาติที่สำคัญมากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของไทยเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2505 และกลายเป็นต้นแบบสำคัญของการอนุรักษ์พื้นที่ธรรมชาติขนาดใหญ่ของประเทศต่อมา เขาใหญ่ไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะเพราะเป็นแห่งแรก แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการอนุรักษ์ผืนป่าใหญ่ที่มีทั้งป่าเขา น้ำตก สัตว์ป่า และความหลากหลายทางชีวภาพในระดับสูง จนได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติด้วย การเริ่มต้นของเขาใหญ่ทำให้ประเทศไทยขยายแนวคิดการสงวนพื้นที่ธรรมชาติออกไปในภูมิภาคต่าง ๆ มากขึ้น และพัฒนาระบบอุทยานแห่งชาติให้ครอบคลุมทั่วประเทศในเวลาต่อมา
 
หากมองตามภูมิภาค อุทยานแห่งชาติของไทยมีความหลากหลายอย่างมาก ภาคเหนือโดดเด่นด้วยอุทยานแห่งชาติประเภทภูเขา ป่าดิบเขา ป่าสน น้ำตก และจุดชมทะเลหมอก เช่น ดอยอินทนนท์ แม่ปิง ภูหินร่องกล้า และอุทยานบนเทือกเขาต่าง ๆ ที่สะท้อนความงามของภูมิประเทศสูง ภาคกลางมีทั้งอุทยานป่าเขาใกล้เมือง อุทยานที่เป็นผืนป่าขนาดใหญ่ และอุทยานน้ำตกที่เดินทางสะดวก เช่น เขาใหญ่ เอราวัณ แก่งกระจาน และไทรโยค ภาคอีสานมีเสน่ห์ด้านภูเขาหินทราย หน้าผา ทุ่งหญ้า น้ำตก และทุ่งดอกไม้ตามฤดูกาล เช่น ภูกระดึง ผาแต้ม ป่าหินงาม และไทรทอง ส่วนภาคใต้มีทั้งอุทยานทางบกและทางทะเลที่โดดเด่นระดับนานาชาติ เช่น เขาสก ตะรุเตา หมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์ และอุทยานชายฝั่งอีกหลายแห่งที่เชื่อมทะเลกับป่าดิบชื้นเข้าด้วยกัน
 
ความน่าสนใจของอุทยานแห่งชาติไทยจึงอยู่ที่การเป็น “เครือข่ายธรรมชาติ” ที่กระจายอยู่ในทุกภาค และตอบโจทย์นักเดินทางได้ต่างกัน คนที่ชอบเดินป่า ชมป่าเขาและอากาศเย็นอาจเลือกอุทยานในภาคเหนือ คนที่อยากเที่ยวป่าใกล้กรุงเทพฯ มักเลือกเขาใหญ่หรืออุทยานในภาคกลาง คนที่ชอบภูมิประเทศแปลกตาอย่างหน้าผาและทุ่งดอกไม้ตามฤดูกาลอาจเลือกภาคอีสาน ส่วนคนที่รักทะเล หมู่เกาะ ดำน้ำ และธรรมชาติแบบชื้นเขตร้อนมักมุ่งไปยังอุทยานทางทะเลในภาคใต้ ความหลากหลายนี้ทำให้อุทยานแห่งชาติไทยไม่ใช่เพียงระบบพื้นที่คุ้มครอง แต่ยังเป็นแกนหลักของการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติของประเทศด้วย
 
ในมิติของการอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติทางบกมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อสัตว์ป่า เพราะผืนป่าขนาดใหญ่จำนวนมากเป็นแหล่งอาศัยของช้างป่า กระทิง กวาง เก้ง สมเสร็จ ชะนี หมี นกเงือก และสัตว์ป่าอีกจำนวนมาก การคงอยู่ของสัตว์เหล่านี้เป็นตัวสะท้อนว่าพื้นที่ยังมีความสมบูรณ์ระดับหนึ่ง หากป่าถูกบุกรุก แหล่งน้ำหายไป หรือระบบนิเวศเสื่อมโทรม สัตว์ป่าก็จะได้รับผลกระทบโดยตรงเช่นกัน ดังนั้นการอนุรักษ์อุทยานแห่งชาติทางบกจึงไม่ใช่เพียงการรักษาต้นไม้หรือวิวทิวทัศน์ แต่คือการรักษาความสัมพันธ์ของทั้งระบบ ตั้งแต่ดิน น้ำ ป่า พืช และสัตว์ป่าให้ดำรงอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล
 
นอกจากบทบาทด้านการอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติยังมีความสำคัญด้านการศึกษาอย่างมาก เพราะเป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถเข้าไปเรียนรู้ธรรมชาติจากของจริงได้ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาชนิดพันธุ์พืช การสังเกตสัตว์ป่า การเรียนรู้เส้นทางน้ำ การเห็นการเปลี่ยนแปลงของสภาพป่าตามระดับความสูง หรือแม้แต่การทำความเข้าใจว่าทำไมพื้นที่ธรรมชาติบางแบบจึงต้องได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษ อุทยานแห่งชาติหลายแห่งจึงมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ป้ายสื่อความหมาย หรือโปรแกรมนำชมที่ช่วยให้การท่องเที่ยวไม่จบเพียงการถ่ายภาพ แต่ต่อยอดไปสู่ความเข้าใจระบบนิเวศได้จริง
 
ในด้านการท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติยังเป็นปลายทางที่ตอบโจทย์คนหลายกลุ่มพร้อมกัน ครอบครัวสามารถเลือกเส้นทางสั้น ๆ หรือจุดชมวิวที่เข้าถึงง่าย นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติสามารถเลือกเส้นทางเดินป่า จุดดูนก หรือการกางเต็นท์ นักเดินทางสายผจญภัยอาจสนใจการขึ้นเขา ล่องแก่ง หรือสำรวจถ้ำ ส่วนคนที่ต้องการพักผ่อนก็สามารถเลือกบ้านพักอุทยานหรือพื้นที่ธรรมชาติที่มีความสงบ อุทยานแห่งชาติจึงเป็นพื้นที่ที่รองรับทั้งการพักผ่อน การเรียนรู้ และการสร้างประสบการณ์เชิงลึกได้ในคราวเดียว
 
อุทยานแห่งชาติทางทะเลเองก็มีบทบาทสำคัญไม่แพ้กัน เพราะเป็นพื้นที่ที่ช่วยรักษาความสมบูรณ์ของชายฝั่ง เกาะ แนวปะการัง หญ้าทะเล ป่าชายเลน และแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำหลายชนิด พื้นที่เหล่านี้มีความสำคัญอย่างมากต่อความหลากหลายทางชีวภาพของทะเลไทย รวมทั้งเป็นฐานของการท่องเที่ยวทางทะเลที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น การดำน้ำตื้น ดำน้ำลึก ล่องเรือชมเกาะ ชมหาดทราย และศึกษาธรรมชาติชายฝั่ง แต่เนื่องจากระบบนิเวศทางทะเลเปราะบางและฟื้นตัวช้ากว่าที่หลายคนคิด การบริหารจัดการอุทยานทางทะเลจึงมักมีมาตรการเข้มงวดเรื่องการจำกัดนักท่องเที่ยว การปิด–เปิดพื้นที่เป็นฤดูกาล หรือการห้ามกิจกรรมบางอย่างในจุดที่อ่อนไหว
 
ความต่างระหว่างอุทยานแห่งชาติทางบกกับทางทะเลจึงไม่ใช่แค่เรื่องภูมิประเทศ แต่เป็นเรื่องของวิธีดูแลพื้นที่ด้วย อุทยานทางบกมักเน้นการควบคุมเส้นทางเดินป่า การตั้งแคมป์ การดูสัตว์ป่า และการใช้พื้นที่บนแผ่นดินอย่างระมัดระวัง ขณะที่อุทยานทางทะเลต้องให้ความสำคัญกับเรือ การจอดเรือ แนวปะการัง ความใสของน้ำ การรบกวนสัตว์ทะเล และการจัดการขยะชายฝั่งมากเป็นพิเศษ แม้ต่างรูปแบบกัน แต่ทั้ง 2 ประเภทล้วนเผชิญโจทย์เดียวกัน คือจะทำอย่างไรให้การท่องเที่ยวเกิดขึ้นได้โดยไม่ทำลายทรัพยากรที่เป็นหัวใจของพื้นที่
 
หากมองในแง่ของกฎหมายและหลักสากล แนวคิดของอุทยานแห่งชาติจะเน้นการสงวนรักษาพื้นที่ธรรมชาติที่มีคุณค่าโดดเด่นให้คงอยู่ในสภาพเดิมมากที่สุด และเปิดให้ใช้ประโยชน์ในลักษณะที่ไม่ทำลายทรัพยากร หลักคิดนี้ทำให้อุทยานแห่งชาติแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป เพราะอุทยานไม่ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อความสะดวกสูงสุดของนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อรักษาธรรมชาติเป็นลำดับแรก แล้วจึงจัดการการเข้าถึงให้เหมาะสมตามศักยภาพของพื้นที่ นักเดินทางที่เข้าไปเที่ยวอุทยานจึงควรเข้าใจด้วยว่า กฎระเบียบบางอย่างที่ดูเข้มงวด เช่น การจำกัดเวลาเข้า–ออก การห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้า การห้ามเก็บพืชหรือหิน การห้ามส่งเสียงดัง หรือการห้ามให้อาหารสัตว์ป่า ล้วนมีเหตุผลด้านการอนุรักษ์ทั้งสิ้น
 
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ควรทำความเข้าใจคือ อุทยานแห่งชาติไม่ใช่สวนสาธารณะขนาดใหญ่ แต่เป็นพื้นที่ธรรมชาติที่มีชีวิต มีสัตว์ป่า มีสภาพภูมิประเทศเฉพาะ และมีขีดจำกัดในการรองรับนักท่องเที่ยว หากมีคนจำนวนมากเกินไป เสียงดังเกินไป หรือกิจกรรมที่ไม่เหมาะสมมากเกินไป ผลกระทบจะเกิดขึ้นทั้งต่อสัตว์ป่า คุณภาพน้ำ เส้นทางธรรมชาติ และประสบการณ์ของผู้มาเยือนเองด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ในหลายพื้นที่ของไทยเริ่มให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวแบบรับผิดชอบมากขึ้น และมีการสื่อสารเรื่องการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างชัดเจนกว่าในอดีต
 
สำหรับนักท่องเที่ยว การเที่ยวอุทยานแห่งชาติให้มีคุณภาพควรเริ่มจากการเลือกประเภทอุทยานให้เหมาะกับความสนใจของตนเองก่อน หากชอบภูเขา น้ำตก ป่าไม้ และสัตว์ป่าบนบก ควรเลือกอุทยานทางบก หากชอบทะเล เกาะ ปะการัง และกิจกรรมทางน้ำ ควรเลือกอุทยานทางทะเล จากนั้นจึงดูฤดูกาลที่เหมาะ เช่น อุทยานภูเขาหลายแห่งเหมาะในปลายฝนถึงฤดูหนาว น้ำตกมักสวยในฤดูฝน ส่วนอุทยานทางทะเลมักมีฤดูเปิด–ปิดที่ชัดเจนตามสภาพคลื่นลม การเช็กข้อมูลล่วงหน้าเรื่องสภาพอากาศ เวลาเปิดทำการ เส้นทางที่ใช้ได้จริง และข้อกำหนดล่าสุดของพื้นที่ จึงเป็นเรื่องจำเป็นมาก
 
นักเดินทางที่มีประสบการณ์มักรู้ดีว่า อุทยานแห่งชาติแต่ละแห่งให้ประสบการณ์ไม่เหมือนกันเลย บางแห่งเด่นเรื่องความยิ่งใหญ่ของผืนป่า บางแห่งเด่นเรื่องน้ำตก บางแห่งเด่นเรื่องสัตว์ป่า บางแห่งเด่นเรื่องหน้าผาและทุ่งหญ้า ขณะที่บางแห่งโดดเด่นด้านทะเลและโลกใต้ผิวน้ำ นี่คือเสน่ห์สำคัญของระบบอุทยานแห่งชาติไทย เพราะแม้ทั้งหมดจะอยู่ภายใต้แนวคิดเดียวกันเรื่องการอนุรักษ์ แต่ลักษณะเฉพาะของแต่ละแห่งกลับแตกต่างกันมากพอจะดึงดูดนักเดินทางคนละกลุ่ม และทำให้การเที่ยวอุทยานในไทยไม่มีวันจำเจ
 
ในเชิงเศรษฐกิจ อุทยานแห่งชาติยังเป็นฐานสำคัญของการท่องเที่ยวธรรมชาติของประเทศ เพราะสามารถสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียม ที่พัก กิจกรรมท่องเที่ยว การจ้างงานในพื้นที่ ร้านอาหาร การคมนาคมท้องถิ่น และบริการชุมชนรอบอุทยาน แต่สิ่งที่สำคัญกว่าเม็ดเงินระยะสั้นคือการรักษาคุณภาพของทรัพยากรให้คงอยู่ เพราะหากอุทยานเสื่อมโทรม ความน่าสนใจทางท่องเที่ยวก็จะลดลงตามไปด้วย การบริหารอุทยานอย่างยั่งยืนจึงต้องมองให้ไกลกว่าจำนวนนักท่องเที่ยวรายวัน และคำนึงถึงความสามารถในการฟื้นตัวของธรรมชาติควบคู่กันเสมอ
 
เมื่อสรุปทั้งหมดแล้ว อุทยานแห่งชาติของประเทศไทยคือพื้นที่ธรรมชาติที่รัฐสงวนและคุ้มครองไว้เพื่อรักษาทรัพยากรสำคัญให้คงอยู่ ทั้งในรูปของผืนป่า ภูเขา น้ำตก ถ้ำ ชายฝั่ง เกาะ และทะเล โดยแบ่งได้เป็นอุทยานแห่งชาติทางบกและอุทยานแห่งชาติทางทะเล อุทยานทางบกมีความสำคัญมากในด้านระบบนิเวศป่าไม้ แหล่งต้นน้ำ และสัตว์ป่า ขณะที่อุทยานทางทะเลมีบทบาทสูงในการรักษาความสมบูรณ์ของชายฝั่งและทะเล ทั้งหมดนี้ทำให้อุทยานแห่งชาติไม่ใช่เพียงแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีวิวสวย แต่เป็นเครื่องมือสำคัญของประเทศในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สร้างการเรียนรู้ และพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน
 
หัวข้อรายละเอียด
ชื่อเรื่องอุทยานแห่งชาติของประเทศไทย: ความหมาย ความสำคัญ ประเภท และภาพรวมทุกภาคของไทย
คำภาษาอังกฤษNational Park
ความหมายโดยรวมพื้นที่ที่รัฐสงวนและคุ้มครองไว้เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่ในสภาพธรรมชาติเดิมมากที่สุด พร้อมเปิดให้ใช้ประโยชน์ด้านการศึกษา พักผ่อน และท่องเที่ยวภายใต้การควบคุมที่เหมาะสม
ประเภทหลัก1) อุทยานแห่งชาติทางบก 2) อุทยานแห่งชาติทางทะเล
อุทยานแห่งชาติทางบกเน้นคุ้มครองป่าไม้ ภูเขา น้ำตก ถ้ำ ทุ่งหญ้า แหล่งต้นน้ำ และถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าบนบก
อุทยานแห่งชาติทางทะเลเน้นคุ้มครองเกาะ ชายฝั่ง หาดทราย อ่าว แนวปะการัง หญ้าทะเล ป่าชายเลน และระบบนิเวศทะเล
จุดประสงค์หลักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ รักษาระบบนิเวศ เปิดพื้นที่ให้ศึกษาเรียนรู้ และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติอย่างรับผิดชอบ
ความสำคัญทางนิเวศวิทยารักษาแหล่งต้นน้ำ ผืนป่า ความหลากหลายทางชีวภาพ ถิ่นอาศัยของสัตว์ป่า และสมดุลของดิน น้ำ ป่า และภูมิอากาศในระดับพื้นที่
ความสำคัญทางการท่องเที่ยวเป็นฐานหลักของการท่องเที่ยวธรรมชาติไทย รองรับกิจกรรมเดินป่า ชมน้ำตก ดูนก ส่องสัตว์ ดำน้ำ กางเต็นท์ และเรียนรู้ระบบนิเวศ
อุทยานแห่งชาติแห่งแรกของไทยอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2505
ภาคเหนือ: ลักษณะเด่นภูเขาสูง ป่าดิบเขา ป่าสน น้ำตก จุดชมทะเลหมอก และอุทยานบนพื้นที่สูงที่มีอากาศเย็นในบางฤดู
ภาคเหนือ: ตัวอย่างอุทยานดอยอินทนนท์, แม่ปิง, แจ้ซ้อน, ภูหินร่องกล้า, ออบหลวง, ศรีน่าน, ดอยภูคา
ภาคเหนือ: กิจกรรมเด่นชมทะเลหมอก เดินป่า ดูนก กางเต็นท์ ชมน้ำตก และศึกษาธรรมชาติบนพื้นที่สูง
ภาคกลาง: ลักษณะเด่นป่าเขาใกล้เมือง น้ำตกขนาดใหญ่ ผืนป่าตะวันตก และอุทยานที่เดินทางสะดวกจากกรุงเทพฯ และเมืองหลัก
ภาคกลาง: ตัวอย่างอุทยานเขาใหญ่, เอราวัณ, ไทรโยค, แก่งกระจาน, เขาสามร้อยยอด, เขื่อนศรีนครินทร์
ภาคกลาง: กิจกรรมเด่นเที่ยวป่าใกล้เมือง ชมน้ำตก ดูสัตว์ป่า เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ล่องเรือ และพักผ่อนระยะสั้น
ภาคอีสาน: ลักษณะเด่นภูเขาหินทราย หน้าผา ป่าเต็งรัง น้ำตก ทุ่งดอกไม้ตามฤดูกาล และภูมิประเทศเปิดโล่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ
ภาคอีสาน: ตัวอย่างอุทยานภูกระดึง, ผาแต้ม, ป่าหินงาม, ไทรทอง, น้ำหนาว, ภูเรือ, ตาดโตน
ภาคอีสาน: กิจกรรมเด่นเดินเขา ชมหน้าผา เที่ยวทุ่งดอกไม้ ชมน้ำตก ดูวิวแม่น้ำโขง และเรียนรู้ธรรมชาติที่เชื่อมกับชุมชนท้องถิ่น
ภาคใต้: ลักษณะเด่นอุทยานทางทะเล หมู่เกาะ ชายหาด ปะการัง ป่าดิบชื้น ภูเขาหินปูน น้ำตก และพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่
ภาคใต้: ตัวอย่างอุทยานเขาสก, ตะรุเตา, หมู่เกาะสิมิลัน, หมู่เกาะสุรินทร์, หมู่เกาะอ่างทอง, หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี, หาดเจ้าไหม
ภาคใต้: กิจกรรมเด่นดำน้ำตื้น ดำน้ำลึก ล่องเรือเที่ยวเกาะ ชมป่าดิบชื้น ดูนกน้ำ และท่องเที่ยวเชิงทะเล–ป่าในทริปเดียว
กลุ่มทรัพยากรสำคัญในอุทยานทางบกป่าไม้ ภูเขา น้ำตก ถ้ำ แหล่งต้นน้ำ สัตว์ป่า พืชหายาก และวิวทิวทัศน์ธรรมชาติ
กลุ่มทรัพยากรสำคัญในอุทยานทางทะเลเกาะ ชายหาด แนวปะการัง หญ้าทะเล ป่าชายเลน สัตว์ทะเล และภูมิทัศน์ชายฝั่ง
สัตว์ป่าที่มักเกี่ยวข้องกับอุทยานทางบกช้างป่า กระทิง กวาง เก้ง ชะนี สมเสร็จ หมี และนกเงือก
ประโยชน์ด้านการศึกษาเป็นห้องเรียนธรรมชาติสำหรับศึกษาพืช สัตว์ ระบบนิเวศ ธรณีวิทยา และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม
ประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียม ที่พัก กิจกรรมท่องเที่ยว ชุมชนรอบอุทยาน และบริการท้องถิ่น
ข้อควรปฏิบัติในการเที่ยวอุทยานไม่ทิ้งขยะ ไม่ให้อาหารสัตว์ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่เก็บพืชหรือหิน ไม่ใช้แฟลชใกล้สัตว์ป่า และปฏิบัติตามกฎของอุทยาน
แนวคิดสำคัญอุทยานแห่งชาติคือพื้นที่อนุรักษ์ก่อน และเป็นแหล่งท่องเที่ยวตามมา การใช้ประโยชน์ต้องไม่ทำลายทรัพยากรที่เป็นหัวใจของพื้นที่
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานแห่งชาติคืออะไร?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติคือพื้นที่ธรรมชาติที่รัฐสงวนและคุ้มครองไว้เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่ พร้อมเปิดให้ศึกษา พักผ่อน และท่องเที่ยวภายใต้การจัดการที่เหมาะสม
 
ถาม: อุทยานแห่งชาติในไทยแบ่งเป็นกี่ประเภท?
ตอบ: โดยอธิบายทั่วไปแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก คือ อุทยานแห่งชาติทางบก และอุทยานแห่งชาติทางทะเล
 
ถาม: อุทยานแห่งชาติทางบกต่างจากอุทยานแห่งชาติทางทะเลอย่างไร?
ตอบ: อุทยานทางบกเน้นคุ้มครองป่า ภูเขา น้ำตก ถ้ำ และสัตว์ป่าบนบก ส่วนอุทยานทางทะเลเน้นคุ้มครองเกาะ ชายหาด ปะการัง หญ้าทะเล ป่าชายเลน และระบบนิเวศทะเล
 
ถาม: อุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทยคือที่ใด?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย โดยประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2505
 
ถาม: ทำไมอุทยานแห่งชาติทางบกจึงสำคัญต่อระบบนิเวศ?
ตอบ: เพราะเป็นแหล่งต้นน้ำ เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ช่วยรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ และช่วยคงสมดุลของดิน น้ำ ป่า และภูมิอากาศในระดับพื้นที่
 
ถาม: นักท่องเที่ยวสามารถทำอะไรในอุทยานแห่งชาติได้บ้าง?
ตอบ: กิจกรรมที่พบได้บ่อยคือ เดินป่า ชมน้ำตก ดูนก ส่องสัตว์ กางเต็นท์ ศึกษาธรรมชาติ ล่องเรือ และในอุทยานทางทะเลอาจมีกิจกรรมดำน้ำหรือเที่ยวเกาะตามกฎของพื้นที่
 
ถาม: เที่ยวอุทยานแห่งชาติอย่างไรไม่ให้กระทบธรรมชาติ?
ตอบ: ควรไม่ทิ้งขยะ ไม่ให้อาหารสัตว์ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่เก็บสิ่งใดออกจากพื้นที่ ไม่ใช้แฟลชใกล้สัตว์ป่า และปฏิบัติตามกฎของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
 
ถาม: อุทยานแห่งชาติภาคไหนเหมาะกับการเที่ยวป่ามากที่สุด?
ตอบ: ทุกภาคมีจุดเด่นต่างกัน ภาคเหนือเหมาะกับภูเขาและทะเลหมอก ภาคกลางเหมาะกับป่าใกล้เมือง ภาคอีสานเหมาะกับหน้าผาและทุ่งดอกไม้ ส่วนภาคใต้เหมาะกับทั้งป่าดิบชื้นและอุทยานทางทะเล
 
ถาม: ทำไมอุทยานแห่งชาติถึงมีข้อจำกัดหลายอย่าง?
ตอบ: เพราะอุทยานแห่งชาติเป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่มีสัตว์ป่าและระบบนิเวศเปราะบาง ข้อจำกัดต่าง ๆ จึงมีไว้เพื่อป้องกันความเสียหายและรักษาความสมบูรณ์ของพื้นที่ระยะยาว
 
ถาม: อุทยานแห่งชาติมีประโยชน์ต่อชุมชนรอบพื้นที่อย่างไร?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติช่วยสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว การจ้างงาน การใช้บริการท้องถิ่น และสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน หากมีการบริหารจัดการอย่างสมดุลและยั่งยืน

ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตอนุรักษ์ทางทะเล(0)